การออกแบบพื้นที่ในการจัดมุมประสบการณ์ด้วยสื่อธรรมชาติ
อ้างอิง:
สถิรมน
พงษ์พัฒน์. (2555). ผลการเล่นตามมุมประสบการณ์ด้วยสื่อธรรมชาติที่มีต่อพฤติกรรมอิทธิบาท
4
ของเด็กปฐมวัย. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต
สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
การจัดมุมประสบการณ์ด้วยสื่อธรรมชาติ มีการจัดภายในห้องเรียนและนอกห้องเรียน โดยแบ่งเป็นการจัดมุมประสบการณ์ภายในห้องเรียน 5 มุม ภายนอกห้องเรียน 3 มุม จะต้องดูความเหมาะสมในการแบ่งพื้นที่การทากิจกรรมต่างๆ ในแต่ละมุม ซึ่งจะต้องพิจารณาว่ามุมใดต้องการความเงียบ หรือกิจกรรมใดที่ต้องการเคลื่อนไหวและมีเสียงดัง และความสะดวกในการจราจรของเด็ก ลักษณะของมุมประสบการณ์ประกอบด้วย 8 มุม ดังนี้
1. มุมศิลปะ เป็นมุมที่ถ่ายทอดผลงานต่างๆของเด็ก ในการแสดงความคิดสร้างสรรค์ออกมาในงานปั้น วาด ระบายสี การร้อย การพิมพ์ภาพ ฯลฯ จากวัสดุอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆตามธรรมชาติ ได้แก่ ดอกไม้แห้ง ผงขมิ้น ถ่าน กาแฟ ดินเหนียว เชือกปอ เปลือกหอย เม็ดมะข่าเจาะรู เป็นต้น การใช้พื้นที่จะต้องกว้างและสะดวกในการหยิบจับสิ่งของต่างๆ โดยจัดวางวัสดุ สื่ออุปกรณ์ต่างๆตามธรรมชาติ มีโต๊ะไม้ให้เด็กนั่งทำกิจกรรม เพื่อผลิตผลงานทางศิลปะอันเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของเด็กเอง
ภาพ: สถิรมน
พงษ์พัฒน์. (2555, หน้า 102)
2. มุมบล็อก เป็นมุมที่จัดเก็บแท่งไม้ขนาดต่างๆ รูปทรงเรขาคณิต บล็อกดินขนาดต่างๆ ข้อไม้ไผ่แบบกลวงขนาดต่างๆเช่น ให้เด็กได้ใช้เรียงต่อกัน จัดวางเก็บในตะกร้า กระบะไม้สาหรับจัดเก็บไม้บล็อก มีเสื่อรองในการเล่นเพื่อไม่ให้เสียงดังรบกวนมุมอื่น มีบริเวณว่างที่กว้างพอสาหรับเด็ก เป็นการฝึกทักษะด้านต่างๆ ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ - สังคม ได้พัฒนาการทางภาษาด้านการโต้ตอบ รู้จักการแก้ปัญหา และการอดทนรอคอย
3. มุมดนตรี เป็นมุมที่รวบรวมเก็บอุปกรณ์ดนตรีต่างๆ สาหรับเด็ก ในการรู้จักจังหวะการเคาะ ดีด สี ตี เป่า โดยอุปกรณ์อาจจะจัดหาได้ในท้องถิ่น หรือผลิตขึ้นเอง ได้แก่ ขลุ่ย นกหวีดไม้ โหวด เครื่องเป่านก แคน กรับไม้ ระนาดไม้ เครื่องเคาะจากไม้ไผ่ผ่าครึ่ง ฝักหางนกยูง บวบแห้งกะลามะพร้าว เป็นต้น โดยจัดวางเป็นชั้นอยู่ในระดับสายตาของเด็ก
4. มุมบทบาทสมมติ เป็นมุมที่ช่วยในการพัฒนาทักษะทางสังคม การอยู่ร่วมกันในสังคม โดยจัดอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ขนาดย่อส่วน เพื่อให้เหมาะกับเด็ก ได้เล่นบทบาทสมมติ เป็นการเลียนแบบบุคคลที่แวดล้อมเด็กในครอบครัวและในสังคม ได้แก่ เครื่องแต่งกาย เช่น เสื้อม่อฮ่อม ผ้าขาวม้า ผ้าคลุมไหล่ ผ้าถุง หมวกสาน ฯลฯ เครื่องครัวต่างๆ เช่น ขันโตก เตาถ่าน จาน ที่ทาจากเครื่องปั้นดินเผา ทำจากไม้ กาต้มน้าหม้อดิน ฯลฯ เครื่องใช้ เช่น กระเป๋าถือ สานด้วยหวาย กาไลสาน ด้วยกก หวี ทำจากไม้ กระจกกรอบไม้ เสื่อกก พัดใบตาล กระบวย กะลาแบบไม่มีรู กระบุง ตะกร้า กระเช้า กระติบข้าวเหนียว ฯลฯ พื้นที่ในการจัดมุมบ้านหรือมุมบทบาทสมมติเป็นหมวดหมู่ เพื่อสะดวกในการเก็บของเข้าที่อย่างเป็นระเบียบ
5. มุมหนังสือ เป็นมุมที่ควรจัดรวบรวมหนังสือและสิ่งตีพิมพ์ต่างๆที่เหมาะสมกับวัยของเด็ก โดยที่เด็กได้เรียนรู้ด้วยตนเอง ตามระดับความยาก - ง่ายต่างๆ ในการจัดวางหนังสือเป็นชั้นในระดับสายตาของเด็ก กระดานชนวน ดินสอหิน และจัดโต๊ะญี่ปุ่น เสื่อ หมอนขวาน ไว้สาหรับเด็กที่ต้องการนอน
6. มุมประกอบอาหาร เป็นมุมประสบการณ์ที่มุ่งให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริงในการประกอบอาหาร โดยประกอบอาหารที่ใช้สื่อวัสดุจริง ได้แก่ เตาถ่าน หม้อดิน ชุดขนมครก เครื่องปัน
ดินเผา กาต้มน้าหม้อดิน ถ่าน กระด้ง ช้อน ทัพพีทาจากไม้ มีโต๊ะไม้สาหรับเตรียมเครื่องปรุง เป็นต้น มีวิธีการปรุงง่ายๆ เหมาะสมกับวัยและความสามารถของเด็ก
7. มุมวิทยาศาสตร์ เป็นมุมที่เด็กสามารถจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับการทดลองตามความเหมาะสมกับวัย อุปกรณ์ที่จัด ได้แก่ กระถางเครื่องปั้นดินเผาขนาดต่างๆ กะลาแบบมีรูและแบบไม่มีรู ข้อไม้ไผ่แบบตัน 1 ด้าน ไม้ไผ่ผ่าครึ่งเจาะรู อ่างเลี้ยงปลาเครื่องปั้นดินเผา จอก แหน อ่างบัว ตัวอย่างพืช เมล็ดพืชต่างๆ เปลือกหอย
8. มุมเล่นน้า - เล่นทราย เป็นมุมที่จะต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ในการเล่น เช่น กระบะน้า-ทรายที่ทาจากไม้ กระบอกไม้ไผ่แบบตัน 1 ด้าน ขนาดต่างๆ น้าเต้าแห้ง โอ่งเครื่องปั้นดินเผาขนาด ต่างๆ ช้อนไม้ กระบวย กระชอน ตะแกรงไม้ไผ่ กะลาแบบมีรูและแบบไม่มีรู กาต้มน้าหม้อดิน มีตั่ง ไม้สาหรับนั่งเล่น เป็นต้น มีผ้ากันเปื้อนพลาสติกใส่ในระหว่างเล่น เพื่อความสะดวกในการเล่นได้อย่างอิสระ
ซึ่งการจัดมุมประสบการณ์ด้วยสื่อธรรมชาติ อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมตาม ความต้องการและความจำเป็นของครูและเด็ก ในการจัดมุมแต่ละมุมจะต้องมีพื้นที่ 1 มุม ต่อเด็กประมาณ 5 - 6 คน เพื่อสะดวกในการเล่นของเด็กที่เล่น หรือทางานตามลำพัง หรือเป็นกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ และต้องมีอุปกรณ์ สื่อธรรมชาติ ที่เหมาะสมกับวัยของเด็ก ชั้นวางจะต้องไม่สูงเกินไป ควรอยู่ในระดับสายตาเด็กและสามารถหยิบจับได้สะดวก สื่อธรรมชาติที่นำมาจัดมุมประสบการณ์ครั้งนี้เป็นสื่อที่ผู้วิจัยสร้าง จัดทำ และจัดหาตามท้องถิ่นต่างๆ ซึ่งลักษณะการจัดเป็นไปตามหลักการจัดมุมประสบการณ์สาหรับเด็กปฐมวัย
ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเล่นตามมุมประสบการณ์ด้วยสื่อธรรมชาติ
ประกอบด้วยขั้นตอนในการดำเนินกิจกรรม 4 ขั้นตอน ดังนี้
1. ขั้นเตรียม
1.1 ศึกษาหลักการและขั้นตอนในการจัดกิจกรรมการเล่นตามมุมประสบการณ์ด้วยสื่อธรรมชาติ ดังนี้
1.1.1 ให้เด็กมีโอกาสเลือกทากิจกรรมการเล่นตามมุมประสบการณ์ตามความสนใจของตนเองอย่างอิสระตามมุมนั้นๆ โดยแต่ละมุมจะมีสื่ออุปกรณ์ธรรมชาติต่างๆที่หลากหลาย ที่ครูจัดไว้ให้
1.1.2 ให้เด็กเกิดการเรียนรู้จากการทากิจกรรมด้วยตนเองโดยผ่านประสาทสัมผัส
ทั้ง 5 โดยเด็กเรียนรู้จากการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น และทดลองทากิจกรรมต่างๆ ด้วยตนเอง
1.2 จัดเตรียมสื่อและอุปกรณ์ตามธรรมชาติสาหรับกิจกรรมการเล่นตามมุมประสบการณ์เพื่อให้เด็กมีโอกาสเลือกทากิจกรรมได้อย่างหลากหลาย
2. ขั้นดำเนินการก่อนเล่น
2.1 มีการนำเข้าสู่กิจกรรมโดยใช้กิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง เช่น การสนทนาระหว่างครูกับเด็ก การร้องเพลง การทาท่าทาง การท่องคาคล้องจอง ปริศนาคาทาย ครูกระตุ้นให้เด็กกระตือรือร้นเกิดความสนใจ และมีความพร้อมก่อนเข้าสู่กิจกรรม และวางแผนทากิจกรรมด้วยเทคนิคต่างๆ ดังนี้
2.1.1 ครูและเด็กร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับกิจกรรมการเล่นตามมุมประสบการณ์
ด้วยสื่อธรรมชาติ โดยครูใช้สื่อธรรมชาติตามหน่วย ประกอบการวางแผนในการเล่น ซึ่งเป็นกระบวนการที่เด็กได้มีโอกาสในการเลือกและตัดสินใจได้ด้วยตนเอง โดยให้เด็กเลือกมุมอย่างอิสระ แล้วชี้ให้เด็กดูตารางกิจกรรมการเล่นตามมุมประสบการณ์ต่างๆ ดังนี้ 1,2,3,4,5,6,7 และ8 ที่ครูนามาติดไว้ ซึ่งจะมีหมายเลขตรงกับป้ายที่ติดหน้าอก ให้เด็กนาปากกาเมจิกขีดเครื่องหมาย ให้ตรงกันเพื่อให้เด็กวางแผนเลือกทากิจกรรมการเล่นตามที่ครูจัดเตรียมไว้ให้ซึ่งเลือกได้วันละ 1 - 2 มุม ตามความสนใจ
2.1.2 ครูให้เด็กคิดว่าจะทากิจกรรมใดตามมุมประการณ์ที่เลือก โดยครูถามคาถามจากสื่อธรรมชาติที่มีตามมุมนั้นๆ เช่น “วันนี้หนูอยากทากิจกรรมอะไรตามมุม…? ด้วยสื่อธรรมชาติอะไรคะ” (ถ้าเด็กเลือก 2 มุม) และตามด้วยคาถามว่า “และหลังจากที่หนูทากิจกรรมนี้เสร็จแล้ว หนูจะทากิจกรรมการเล่น (มุมที่เลือก) อะไรต่อคะ” เพื่อช่วยให้เด็กวางแผนการเล่นตามมุมประสบการณ์ที่ตนเองสนใจตามลาดับ
2.2 ขั้นปฏิบัติการเล่น
2.2.1 ครูให้เด็กทุกคนแยกย้ายกันไปเล่นตามมุมประสบการณ์ตามแผนที่วางไว้
2.2.2 ครูสังเกตและติดตามการเล่นตามมุมประสบการณ์ของเด็ก เพื่อแนะนาและช่วยเหลือในจังหวะที่เหมาะสมเท่าที่จำเป็น
2.2.3 เด็กจะได้เล่นตามมุมประสบการณ์ตามความต้องการ และสนใจ ถ้าวันละ 1 มุม มุมละ 40 นาที เมื่อก่อนหมดเวลา 5 นาทีในการเล่นตามมุม ครูก็ชักชวนให้เด็กช่วยกันเก็บอุปกรณ์ ถ้าเด็กเล่น 1 - 2 มุมๆละ 20 นาที ก่อนหมดเวลา 5 นาที ในมุมที่ 1 ครูชักชวนเด็กช่วยกันเก็บอุปกรณ์ ของเล่น และเล่นมุมที่ 2 ตามที่เด็กได้วางแผนไว้ และเมื่อก่อนหมดเวลา 5 นาทีในการเล่นมุมที่ 2 ครูก็ชักชวนให้เด็กช่วยกันเก็บอุปกรณ์ ของเล่น อีกครั้ง
2.3 ขั้นสรุปการเล่น
หลังจากที่เด็กเล่นครบทั้ง 2 มุมหรือ 1 มุม ตามที่เด็กวางแผนไว้แล้ว ให้เด็กกลับมานั่งรวมกัน แล้วสนทนาถึงผลงานที่ทาและสรุปว่า เด็กๆ สามารถปฏิบัติตามแผนที่วางไว้หรือไม่ ทางานได้สาเร็จแค่ไหน ผลงานเป็นที่พอใจเพียงใด ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้หรือไม่ แล้วให้เด็กแต่ละคนผลัดกันออกมาเสนอผลงานที่ตนประทับใจหรือพอใจในวันนั้นให้เพื่อนฟัง 1 ตัวอย่าง
การประเมินผล
ใช้แบบสังเกตพฤติกรรมอิทธิบาท 4 ทั้ง 4 ด้าน ซึ่งสังเกตจากพฤติกรรมที่ผู้เรียนได้แสดงพฤติกรรมในด้านต่างๆ ตามจุดประสงค์ที่ได้จากการสังเกตพฤติกรรมที่แสดงออกทั้งทางการกระทา คาพูด สีหน้า ท่าทาง น้าเสียง อารมณ์ ความรู้สึก จากใบงาน และผลงาน ตั้งแต่เริ่มต้นตลอดจนนสิ้นสุด กระบวนการของกิจกรรม ข้อมูลที่ได้จะถูกบันทึกลงเพื่อพัฒนาพฤติกรรมอิทธิบาท 4 ก่อนและหลังการได้รับการจัดกิจกรรมการเล่นตามมุมประสบการณ์ด้วยสื่อธรรมชาติ และตลอด 8 สัปดาห์ที่เด็กเล่นตามมุมประสบการณ์ด้วยสื่อธรรมชาติ
บทบาทของเด็ก
1. เด็กเลือกเล่นได้อย่างอิสระตามความต้องการ และความสนใจของตนเอง
2. เด็กมีส่วนร่วมในการจัดมุมประสบการณ์ โดยช่วยจัดหาสื่อธรรมชาติ
3. เมื่อเลิกเล่นหรือได้ยินสัญญาณหมดเวลาเล่น เด็กร่วมกันเก็บของเล่นเข้าที่ตามมุมประสบการณ์อย่างเป็นระเบียบ
บทบาทของครู
1. ครูเป็นผู้จัดเตรียมสถานที่ให้พร้อมเรียบร้อยทุกครั้งก่อนเวลาที่เด็กเข้าเล่นตามมุมประสบการณ์ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และครูจัดหาสื่ออุปกรณ์ตามธรรมชาติ ให้เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ครูให้อิสระในการคิด และการทำงานร่วมกัน
2. ครูเป็นผู้ทำการแนะนำมุมประสบการณ์และสื่อธรรมชาติต่างๆ ที่จัดเตรียมมาให้เด็กรู้จักทั้ง 8 มุม สนทนาเกี่ยวกับขั้นตอนในการเล่นตามมุมประสบการณ์ด้วยสื่อธรรมชาติ
3. อธิบายข้อตกลงเบื้องต้นเกี่ยวกับสิ่งที่ควรปฏิบัติและข้อควรระวังในการเล่นตามมุมประสบการณ์ด้วยสื่อธรรมชาติ เพราะอุปกรณ์ส่วนใหญ่ทาจากดิน ไม้ ของจริงตามธรรมชาติอื่นๆ มุมประกอบอาหารเด็กต้องประกอบอาหารจริงๆ ใช้ถ่านไฟ
4. ครูมีปฏิสัมพันธ์กับเด็กที่เล่นตามมุมประสบการณ์ด้วยสื่อธรรมชาติทั้ง 8 มุม เช่น ท้าทายในการทากิจกรรมของเด็ก กระตุ้นเร้า ใช้คาถามชวนให้เด็กคิด ร่วมแก้ปัญหา แต่ไม่บอกคาตอบกับเด็กก่อน
5. ครูให้การเสริมแรงให้คาชมเชยและให้กาลังใจ ในการทากิจกรรมการเล่นตามมุมประสบการณ์ด้วยสื่อธรรมชาติ ยอมรับความคิดเห็นของเด็ก คานึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ไม่นาความสามารถหรือพฤติกรรมของเด็กมาเปรียบเทียบกัน
6. ครูเป็นผู้อานวยความสะดวก ให้การสนับสนุนและแนะนาเด็กในรูปแบบต่างๆ เมื่อเด็กต้องการความช่วยเหลือในการเล่นตามมุมประสบการณ์ด้วยสื่อธรรมชาติตามความเหมาะสม
หมายเหตุ
ใน 1 สัปดาห์ เด็กจะได้เล่นตามมุมประสบการณ์ด้วยสื่อธรรมชาติ 3 วัน ได้แก่ วันอังคาร วันพุธ และวันพฤหัสบดี โดยในแต่ละวันเด็กจะเล่นตามมุมประสบการณ์คนละ 1 - 2 มุม และในวันต่อไปเด็กก็จะเล่นตามมุมประสบการณ์ใหม่หรือซ้ำมุมประสบการณ์เดิมตามความต้องการและความ สนใจ โดยแต่ละมุมเล่นได้มุมละ 5 - 6 คน และให้โอกาสเด็กสื่อธรรมชาติตามหน่วยการเรียนรู้ ที่เด็กนามาจัดในมุมนั้นๆ เด็กที่ยังไม่เคยเล่นเลือกตามลำดับ โดยเด็กที่ยังไม่เคยเล่น ครูดูจากตารางกิจกรรมการเล่นตามมุมประสบการณ์ที่เด็กวางแผนในการเล่นในแต่ละวัน เพื่อกระตุุ้นให้เด็กเลือกเล่นมุมที่ไม่เคยเล่น เพื่อให้เด็กมีประสบกาณ์ที่หลากหลาย จากสื่อตามมุมต่างๆ ลักษณะของกิจกรรมและเพื่อนกลุ่มใหม่
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น