1.หลักการและแนวคิดสำคัญในการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย
หลักการสำคัญในการจัดสภาพแวดล้อม
- ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาการที่ครอบคลุมเด็กปฐมวัยทุกคน
- ยึดหลักการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษาที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและวิถีชีวิตของเด็ก ตามบริบทของชุมชน สังคม และวัฒนธรรมไทย
- ยึดหลักพัฒนาการและพัฒนาการเด็กโดยองค์รวม ผ่านการเล่นอย่างมีความหมาย และกิจกรรมที่หลากหลาย ได้ลงมือกระทำในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้เหมาสมวัย และมีการพัะกผ่อนเพียงพอ
- จัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กมีทักษะชีวิต และสามารถปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นคนดึ มีวินัย และมีความสุข
- สร้างความรู่ ความเข้าใจ และประสานความร่วมมือในการพัฒนาเด็ก ระหว่างศึกษากับพ่อ แม่ ครอบครัว ชุมชน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย
หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักรราช 2560 พัฒนาขึ้นบนแนวคิดหลักสำคัญเกี่ยวกับพัฒนาการเด็กปฐมวัย
- แนวคิดเกี่ยวกับพัฒนาการเด็ก พัฒนาการของมนุษย์เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ต่อเนื่องในตัวมนุษย์เริ่มตั้งแต่ปฏิสนธิไปจนตลอดชีวิต พัฒนาการของเด็กแต่ละคนจะมีลำดับขั้นตอนลัษณะเดียวกัน แต่อัตราและระยะเวลาในการผ่านขั้นตอนต่างๆอาจแตกต่างกันได้ขั้นตอน พื้นฐานสำหรับพัฒนาการขั้นต่อไป พัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา แต่ละส่วน ส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน เมื่อด้านหนึ่งก้าวหน้าอีกด้านหนึ่งจะก้าวหน้าตามด้วยในทำนองเดียวกันถ้าด้าน หนึ่งด้านใดผิดปกติจะทำให้ด้านอื่นๆ ผิดปกติตามด้วย แนวคิดเกี่ยวกับทฤษฎีพัฒนาการด้านร่างกายอธิบาย ว่าการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กมีลักษณะต่อเนื่องเป็นลำดับชั้น เด็กจะพัฒนาถึงชั้นใดจะต้องเกิด วุฒิภาวะของความสามารถด้านนั้นก่อน สำหรับทฤษฎีด้านอารมณ์ จิตใจ และสังคมอธิบายว่า การอบรมเลี้ยง ดูในวัยเด็กส่งผลต่อบุคลิกภาพของเด็ก เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ความรักและความอบอุ่นเป็นพื้นฐาน เชื่อมั่นในตนเอง เด็กที่ได้รับความรักและความอบอุ่นจะมีความไว้วางใจในผู้อื่น เห็นคุณค่าของตนเอง จะมีความมั่นในความสามารถของตน ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของค ระชาธิปไตยและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และทฤษฎีพัฒนาการด้านสติปัญญาอธิบายว่า เด็กเกิดม วุฒิภาวะ ซึ่งจะพัฒนาขึ้นตามอายุ ประสบการณ์ รวมทั้งค่านิยมทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เด็กได้รับ
แนวคิดเกี่ยวกับการเล่นของเด็ก การเล่นเป็นหัวใจสำคัญของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ การเล่นอย่างมีจุดมุ่งหมายเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานที่ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในกระบวนการ เรียนรู้ของเด็ก ขณะที่เด็กเล่นจะเกิดการเรียบรู้ไปพร้อมๆกันด้วย จากการเล่นเด็กจะมีโอกาสเคลื่อนไหวส่วน ต่างๆของร่างกาย ได้ใช้ประสาทสัมผัสและการรับรู้ผ่อนคลายอารมณ์ และแสดงออกของตนเอง เรียนรู้ ความรู้สึกของผู้อื่น เด็กจะรู้สึกสนุกสนาน เพลิดเพลิน ได้สังเกต มีโอกาสทำการทดลอง คิดสร้างสรรค์ คิดแก้ปัญหาและค้นพบด้วยตนเอง การเล่นช่วยให้เด็กเรียนรู้สิ่งแวดล้อม และช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทางด้าน ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา ดังนั้นเด็กควรมีโอกาสเล่น ปฏิสัมพันธ์กับบุคคล สิ่งแวดล้อม รอบตัว และเลือกกิจกรรมการเล่นด้วยตนเอง
- แนวคิดเกี่ยวกับการทำงานของสมอง สมองเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญที่สุดในร่างกายของ คนเรา เพราะการที่มนุษย์สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้นั้นต้องอาศัยสมองและระบบประสาทเป็นพื้นฐานการ รับความรู้สึกจากประสาทสัมผัสทั้งห้า การเชื่อมโยงต่อกันของเซลล์ลล์สมองส่วนมากเกิดขึ้นก่ และปฏิสัมพันธ์แรกเริ่มระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ มีผลโดยตรงต่อการสร้างเซลล์สมองและจุดเชื่อมต่อ โดยในช่วง ๓ ปีแรกของชีวิต สมองเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วมาก มีการสร้างเซลล์สมองและจุดเชื่อมต่อขึ้นมามากมาย มี การสร้างไขมันหรือมันสมองหุ้มล้อมรอบเส้นใยสมองด้วย พอเด็กอายุ ๓ ปี สมองจะมีขนาดประมาณ ๘๐ % ของสมองผู้ใหญ่ มีเซลล์สมองนับหมื่นล้านเซลล์ เซลล์สมองและจุดเชื่อมต่อเหล่านี้ยิ่งได้รับการกระตุ้นมาก เท่าใด การเชื่อมต่อกันระหว่างเซลล์สมองยิ่งมีมากขึ้นและความสามารถทางการคิดยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น ถ้า ขาดการกระตุ้นหรือส่งเสริมจากสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม เซลล์สมองและจุดเชื่อมต่อที่สร้างขึ้ หายไป เด็กที่ได้รับความเครียดอยู่ตลอดเวลาจะทำให้ขาดความสามารถที่จะเรียนรู้ อย่างไรก็ตา องสมองเจริญเติบโตและเริ่มมีความสามารถในการทำหน้าที่ในช่วงเวลาต่างกัน จึงอธิบายได้ ทักษะบางอย่างจะเกิดขึ้นได้ดีที่สุดเฉพาะในช่วงเวลาหนึ่งที่เรียกว่า"หน้าต่างของโอกาสการเรียนรู้" ซึ่งเป็น ช่วงที่พ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูและครูสามารถช่วยให้เด็กเรียนรู้และพัฒนาสิ่งนั้นๆได้ดีที่สุด เมื่อพ้นช่วงนี้ไปแล้วโอกาส นั้นจะฝึกยากหรือเด็กอาจทำไม่ได้เลย เช่น การเชื่อมโยงวงจรประสาทของการมองเห็นและรับรู้ภาพจะต้อง ได้รับการกระตุ้นทำงานตั้งแต่ ๓ หรือ ๔ เดือนแรกของชีวิตจึงจะมีพัฒนาการตามปกติ ช่วงเวลาของการเรียน ภาษาคือ อายุ ๓ - ๕ ปีแรกของชีวิต เด็กจะพูดได้ชัด คล่องและถูกต้อง โดยการพัฒนาจากการพูดเป็นคำ ๆ มาเป็นประโยคและเล่าเรื่องได้ เป็นต้น
- แนวคิดเกี่ยวกับสื่อการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์ที่วางไว้ ทำให้สิ่งที่เป็นนามธรรมเข้าใจยากกลายเป็นรูปธรรมที่เด็กเข้าใจและเรียนรู้ได้ง่าย รวดเร็ว เพลิดเพลิน เกิด การเรียนรู้และค้นพบด้วยตนเอง การใช้สื่อการเรียนรู้ต้องปลอดภัยต่อตัวเด็กและเหมาะสมกับวับวัย วุฒิภาวะ ความแตกต่างระหว่างบุคคล ความสนใจ และความต้องการของเด็กที่หลากหลาย สื่อประกอบการจัด กิจกรรมเพื่อพัฒนาเด็กปรุมวัยควรมีสื่อทั้งที่เป็นประเภท ๒ มิติและ/หรือ ๓ มิติ ที่เป็นสื่อของจริง สื่อ ธรรมชาติ สื่อที่อยู่ใกล้ตัวเด็ก สื่อสะท้องวัฒนธรรม สื่อภูมิปัญญาท้องถิ่น สื่อเพื่อพัฒนาเด็กในด้านต่างๆให้ ครบทุกด้าน ทั้งนี้ สื่อต้องเอื้อให้เด็กเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้าโดยการจัดการใช้สื่อสำหรับเด็กปฐมวัย ต้องเริ่มต้นจากสื่อของจริง ของจำลอง ภาพถ่าย ภาพโครงร่างและสัญลักษณ์ตามลำดับ
- แนวคิดเกี่ยวกับสังคมและวัฒนธรรม เด็กเมื่อเกิดมาจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งไม่เพียงแต่จะได้รับอิทธิพลจากการปฏิบัติแบบตั้งเดิมตามประเพณี มรดก และความรู้ของบรรพบุรุษ แต่ยัง ได้รับอิทธิพลจากประสบการณ์ ค่านิยมและความเชื่อของบุคคลในครอบครัว และชุมชนของแต่ละที่ด้วย บริบทของสังคมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่หรือแวดล้อมตัวเด็กทำให้เด็กแต่ละคนแตกต่างกันไป ครู จำเป็นต้องเข้าใจและยอมรับว่าสังคมและวัฒนธรรมที่แวดล้อมตัวเด็ก มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ การพัฒนา ศักยภาพและพัฒนาการของเด็กแต่ละคน ครูควรต้องเรียนรู้บริบททางสังคมและวัฒนธรรมของเด็กที่ตน รับผิดชอบ เพื่อช่วยให้เด็กได้รับการพัฒนา เกิดการเรียนรู้และอยู่ในกลุ่มคนที่มาจากพื้นฐานเหมือนหรือต่าง จากตนได้อย่างราบรื่นมีความสุข เป็นการเตรียมเด็กไปสู้สังคมในอนาคตกับการอยู่ร่วมกับผู้อื่น การทำงาน ร่วมกับผู้อื่นที่มีความหลากหลายทางความคิด ความเชื่อและวัฒนธรรมเช่น ความคล้ายคลึงและความ แตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเรื่องศาสนา ประเทศ พม่า ลาว กัมพูชาก็จะคล้ายคลึง กับคนไทยในการทำบุญตักบาตร การสวดมนต์ไหว้พระ การให้ความเคารพพระสงฆ์ การทำบุญเลี้ยงพระ การเวียนเทียนเนื่องในวันสำคัญทางศาสนา ประเพณีเข้าพรรษา สำหรับประเทศมาเลเซีย บรู้ไน อินโดนีเชีย ประชากรส่วนใหญ่นั้นถือศาสนาอิสลามจึงมีวัฒนธรรมแบบอิสลาม ประเทศฟิลิปปินส์ได้รับอิทธิทธิพลจากคริสต์ ศาสนา ประเทศสิงคโปร์และเวียดนามนับถือหลายศาสนา โดยนับถือลัทธิธรรมเนียมแบจีนเป็นหลัก เป็นต้น
2.องค์ประกอบหลักของสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้
1. ด้านกายภาพ
- ห้องเรียนและพื้นที่ : จัดห้องเรียนโปร่งสบาย สะอาด ปลอดภัย มีแสงสว่างเพียงพอ
- มุมประสบการณ์ : เช่น มุมบทบาทสมมติ มุมศิลปะ มุมหนังสือ มุมวิทยาศาสตร์ มุมบล็อกเพื่อให้เด็กเรียนรู้ผ่านการเล่น
- สนามเด็กเล่นและอุปกรณ์ : มีเครื่องเล่นกลางแจ้ง เช่น ชิงช้า กระดานลื่น ปีนป่าย เสริมพัฒนาการด้านร่างกาย
- สื่อและของเล่น : ใช้สื่อที่เหมาะสมกับวัย เช่น ของเล่นไม้ หนังสือนิทาน บัตรภาพ เกมการศึกษา
2. ด้านสังคม
- ครูปฐมวัย : มีบทบาทสำคัญในการจัดกิจกรรมที่เหมาะสม เป็นผู้กระตุ้น สนับสนุน และเอาใจใส่ใกล้ชิด
- เพื่อนร่วมชั้น : เด็กได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่น การแบ่งปัน การรอคอย และการเล่นร่วมกัน
- การมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง : โรงเรียนสาธิตสุรินทร์เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในกิจกรรม เช่น วันสำคัญทางศาสนา วันแม่ วันเด็ก
3. ด้านจิตใจและอารมณ์
- บรรยากาศอบอุ่น ปลอดภัย : ทำให้เด็กเกิดความมั่นใจ ไม่กลัวการลองผิดลองถูก
- การเสริมแรงบวก : ครูให้คำชม กำลังใจ ส่งผลให้เด็กกล้าแสดงออกและมีความสุขในการเรียน
- ปลูกฝังคุณธรรม : ตามปรัชญาโรงเรียน “พัฒนาความพร้อม น้อมนำคุณธรรม เลิศล้ำวิชาการ”
4. ด้านการเรียนรู้
- กิจกรรมการเล่นเป็นฐาน (Play-based learning) : ใช้การเล่นเป็นเครื่องมือหลักในการเรียนรู้
- กิจกรรมประจำวัน : เช่น การเข้าแถวเคารพธงชาติ การเล่านิทาน การร้องเพลง การทำงานศิลปะ การเคลื่อนไหวและจังหวะ
- โครงการ/กิจกรรมพิเศษ : เช่น กิจกรรมวันสำคัญ การแข่งขันสร้างสรรค์ และกิจกรรมร่วมกับพี่ระดับประถม-มัธยม ทำให้เด็กได้ประสบการณ์หลากหลาย
- การประเมินพัฒนาการ : ประเมินด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ไม่เน้นตัวเลขคะแนน แต่เน้นการสังเกตพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง
การจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน (Learning Center Approach) คือ วิธีการจัดประสบการณ์ที่ครูเตรียม “มุมหรือศูนย์กิจกรรม” ที่มีสื่อ วัสดุ และอุปกรณ์ไว้ให้เด็กเลือกทำกิจกรรมตามความสนใจ โดยแต่ละศูนย์จะส่งเสริมพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของเด็ก เช่น ภาษา สังคม อารมณ์ สติปัญญา และร่างกาย
1. ศูนย์หนังสือ / ศูนย์ภาษา
- กิจกรรม : นักวิทยาศาสตร์น้อยเล่าเรื่องจากธรรมชาติ
- พัฒนาการ : ส่งเสริมทักษะฟัง-พูด-อ่าน-เขียน, ฝึกสมาธิ, เพิ่มคลังคำศัพท์, พัฒนาความคิดเชื่อมโยงภาษา
3. ศูนย์วิทยาศาสตร์ / ธรรมชาติ
- กิจกรรม : สืบสวนวิทยาศาสตร์
- พัฒนาการ : ความอยากรู้อยากเห็น, การสังเกต, การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น,
จุดเด่นของการจัดศูนย์การเรียนในปฐมวัย
- เปิดโอกาสให้เด็ก เลือก ตามความสนใจ (เรียนรู้แบบมีอิสระ)
- เรียนรู้ผ่าน การเล่นและการลงมือปฏิบัติจริง
- ส่งเสริมการพัฒนา รอบด้าน (กาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา ภาษา)
- ครูทำหน้าที่ อำนวยความสะดวกและสังเกตพัฒนาการรายบุคคล
- เด็กได้เรียนรู้ การเข้าสังคม การแบ่งปัน และการทำงานร่วมกัน
4.แนวทางการในการจัดสภาพแวดล้อมและการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ของสถานศึกษาโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
แนวทางการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้
การบริหารพื้นที่และสภาพแวดล้อม
การบริหารพื้นที่และสภาพแวดล้อม
การจัดสภาพแวดล้อมและพื้นที่ต่างๆ มีความสำคัญต่อเด็ก เนื่องจากธรรมชาติของเด็กคือไม่นิ่งเฉย รักเรียนรู้ “ทำ” พลัง และอยากมีการสัมผัสสิ่งแวดล้อมต่างๆ ดังนั้น การจัดพื้นที่และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมจะส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก ซึ่งควรจัดให้เป็นห้องที่เน้นตัวกิจกรรมและการเรียนรู้ของเด็ก เด็กสามารถเรียนรู้จากสถานีต่างๆ ประสบการณ์ต่างๆ จากการปฏิบัติจริง ด้วยตนเองตามหลักการที่ถือเด็กเป็นสำคัญ จัดสิ่งแวดล้อมและแนวทางให้สอดคล้องกับโอกาส และความต้องการของเด็กทุกวัย เพิ่มเติมให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
การจัดสภาพแวดล้อมที่ดีควรมีดังต่อไปนี้
๑.ความสะอาด ความปลอดภัย
๒.ความมีอิสระของทั้งภายในและภายนอก
๓.ความสะดวกในการทำกิจกรรม
๔.ความพร้อมของสารสนเทศ เช่น ห้องเรียน ห้องรับประทานอาหาร ห้องนอน บ้าน ศิลปะ และห้องอื่นๆ
๕.ความเพียงพอเหมาะสมกับขนาด จำนวน สีของห้องและเครื่องเล่น
๖.บรรยากาศในการเรียนรู้ ที่กระตุ้นให้เด็กเรียนรู้ด้วยการทำกิจกรรมต่างๆ การจัดสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียน
การจัดสภาพแวดล้อมในห้องเรียนมีความปลอดภัย ความสะอาด เป้าหมายในการพัฒนาเด็ก ควรเป็นหลักสำคัญในการจัดห้องเด็ก ห้องที่เด็กได้เรียนรู้อย่างมั่นใจ และมีความสุข มีอิสระและสนุกสนาน ได้เรียนรู้ร่วมกันกับเพื่อนและครู โดยการจัดสภาพแวดล้อมในห้องเรียนควรเน้นการจัดกิจกรรมเป็นศูนย์กลาง และจัดพื้นที่ให้รองรับกิจกรรมหลายๆ รูปแบบ ซึ่งจะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้จากกิจกรรมที่หลากหลายและเกิดปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น กิจกรรมในห้องเรียนควรมีลักษณะดังนี้
๑.๑ กิจกรรมที่ให้เด็กมีอิสระในการเลือกทำกิจกรรม
๑.๒ กิจกรรมที่เน้นการใช้ประสบการณ์ตรงเป็นหลัก
๑.๓ กิจกรรมที่เน้นให้เด็กสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ
๑.๔ กิจกรรมที่ให้เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์ใหม่ๆ
๑.๕ กิจกรรมที่เน้นความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูและเด็ก
กิจกรรมในห้องเรียนควรมีคุณสมบัติที่สำคัญดังนี้
๑. กิจกรรมที่ให้เด็กมีอิสระในการเลือกทำกิจกรรม
๒. กิจกรรมที่ให้เด็กได้สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ
๓. กิจกรรมที่ให้เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์ใหม่ๆ
๔. กิจกรรมที่ให้เด็กได้เรียนรู้ร่วมกันกับผู้อื่น
กิจกรรมในห้องเรียนควรมีคุณสมบัติที่สำคัญดังนี้
๑. กิจกรรมที่ให้เด็กมีอิสระในการเลือกทำกิจกรรม
๒. กิจกรรมที่ให้เด็กได้สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ
๓. กิจกรรมที่ให้เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์ใหม่ๆ
๔. กิจกรรมที่ให้เด็กได้เรียนรู้ร่วมกันกับผู้อื่น
๕. กิจกรรมที่เน้นความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูและเด็ก
การจัดสภาพแวดล้อมภายนอกห้องเรียน การจัดสภาพแวดล้อมภายนอกห้องเรียน ควรเป็นไปตามธรรมชาติ และมีพื้นที่ให้เด็กได้เล่นได้อย่างอิสระ ควรจัดให้มีพื้นที่สำหรับปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ต่างๆ สภาพแวดล้อมภายนอกห้องเรียนควรมีลักษณะดังนี้
๑. มีพื้นที่เพียงพอสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ
๒. มีเครื่องเล่นที่ปลอดภัยและมีมาตรฐาน
๓. มีพื้นที่สำหรับปลูกพืช
๔. มีพื้นที่สำหรับเลี้ยงสัตว์
๕. มีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ต่างๆ
ประเภทของแหล่งเรียนรู้
รูปภาพในห้องเเละนอกห้องเรียน
( รัตติกาล
แก้วกาญจน์ โรงเรียนสาธิต 8/ก.ย/68 )
5.การออกแบบและวางแผนจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน หน่วย “วิทยาศาสตร์น่ารู้”
ขั้นตอนการออกแบบและวางแผน
1.ข้อมูลบริบทของชั้นเรียน ข้อมูลผู้เรียน
- สถานศึกษา : โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
- ระดับชั้น : อนุบาลปีที่ 3 (อายุประมาณ 5-6 ปี)
- จำนวนผู้เรียน : 12คน (ชาย 11คน หญิง1 คน)
- ลักษณะห้องเรียน : ห้องเรียนขนาดเหมาะสมกับวัย มีมุมประสบการณ์ เช่น มุมหนังสือ
- มุมบล็อก มุมศิลปะ และอุปกรณ์การเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนาเด็ก
- สภาพแวดล้อม : ปลอดภัย สะอาด เอื้อต่อการเรียนรู้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง
- บรรยากาศการเรียนรู้ : ใช้กิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการเล่น การร้องเพลงการเล่านิทาน และกิจกรรมสร้างสรรค์
- จุดแข็งของห้องเรียน : เด็กกล้าแสดงออก ร่าเริง มีความสนใจใฝ่รู้
ข้อจำกัด : เด็กบางส่วนยังมีความแตกต่างด้านทักษะการสื่อสารและการควบคุมอารมณ์
ข้อมูลผู้เรียน
- ลักษณะทั่วไป : เด็กวัยอนุบาลมีความสดใสร่าเริง ชอบเล่น เคลื่อนไหวและเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง
- พื้นฐานความรู้และทักษะ : มีทักษะด้านการสื่อสารและการใช้ภาษาในระดับที่ต่างกันบางคนสามารถพูดเป็นประโยคชัดเจน แต่บางคนยังพูดไม่คล่อง
- พัฒนาการด้านร่างกาย : ส่วนใหญ่แข็งแรง คล่องแคล่วแต่บางคนยังต้องการการส่งเสริมด้านการประสานงานมือ–ตา และทักษะกล้ามเนื้อมัดเล็ก
- พัฒนาการด้านอารมณ์–สังคม : เด็กส่วนใหญ่เล่นร่วมกับเพื่อนได้แต่อาจมีบางคนยังขาดทักษะการรอคอยหรือการแบ่งปัน
- พัฒนาการด้านสติปัญญา : เด็กมีความสนใจใฝ่รู้ ชอบตั้งคำถาม สนใจสิ่งรอบตัว
- ความต้องการของผู้เรียน : ต้องการการเรียนรู้ที่สนุกสนาน มีสื่อและกิจกรรมที่หลากหลาย
- เพื่อพัฒนาทั้ง 4 ด้าน (ร่างกาย อารมณ์–จิตใจ สังคม สติปัญญา)
- สิ่งที่ควรพัฒนาเพิ่มเติม : ทักษะการสื่อสาร ความมีระเบียบวินัยการทำงานกลุ่ม และการควบคุมอารมณ์
ภาพที่ 1 ตารางสอน
หน่วยการฝึกประสบการณ์
กำหนดการฝึกประสบการณ์โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ระดับชั้นอนุบาล
|
สัปดาห์ที่ |
วัน เดือน ปี |
สาระการเรียนรู้ |
ชื่อหน่วย |
หมายเหตุ |
|
๑ |
๘-๑๒ ส.ค./๖๕ |
เรื่องราวเกี่ยวกับตนเอง |
ปฐมนิเทศ |
|
|
๒ |
๑๕-๑๙ ส.ค./๖๕ |
บุคคลรอบตัวของเด็กเล็ก |
โรงเรียนของหนู |
|
|
๓ |
๒๒-๒๖ ส.ค./๖๕ |
เรื่องราวเกี่ยวกับตนเอง |
ร่างกายของเรา |
|
|
๔ |
๒๙ ส.ค.-๒ ก.ย./๖๕ |
เรื่องราวเกี่ยวกับตนเอง |
หนูอยู่อย่างไรให้ปลอดภัย |
|
|
๕ |
๕-๙ ก.ย./๖๕ |
ธรรมชาติรอบตัว |
ครอบครัวสุขสันต์ |
|
|
๖ |
๑๒-๑๖ ก.ย./๖๕ |
ธรรมชาติรอบตัว |
ดอกไม้ |
|
|
๗ |
๑๙-๒๓ ก.ย./๖๕ |
สังคมรอบตัว |
รักชาติศาสน์กษัตริย์ |
(ทัศนศึกษา) |
|
๘ |
๒๖-๓๐ ก.ย./๖๕ |
สังคมรอบตัว |
วันมหิดล |
|
|
๙ |
๓-๗ ต.ค./๖๕ |
ภาษาและการสื่อสาร |
หนูน้อยนักเล่านิทาน ๑.๑ |
|
|
๑๐ |
๑๐-๑๔ ต.ค./๖๕ |
ภาษาและการสื่อสาร |
หนูน้อยนักเล่านิทาน ๑.๒ |
|
|
๑๑ |
๑๗-๒๑ ต.ค./๖๕ |
ภาษาและการสื่อสาร |
หนูน้อยนักเล่านิทาน ๑.๓ |
|
|
๑๒ |
๒๔-๒๘ ต.ค./๖๕ |
สังคมรอบตัว |
วันปิยะมหาราช |
|
|
๑๓ |
๓๑ ต.ค.-๔ พ.ย./๖๕ |
ธรรมชาติรอบตัว |
วิทยาศาสตร์แสนสนุก |
|
|
๑๔ |
๗-๑๑ พ.ย./๖๕ |
ธรรมชาติรอบตัว |
ดิน น้ำ อากาศ |
|
|
๑๕ |
๑๔-๑๘ พ.ย./๖๕ |
ธรรมชาติรอบตัว |
สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว |
(ทัศนศึกษา) |
|
๑๖ |
๒๑-๒๕ พ.ย./๖๕ |
ธรรมชาติรอบตัว |
สัตว์เลี้ยงของฉัน |
|
|
๑๗ |
๒๘ พ.ย.-๒ ธ.ค./๖๕ |
บุคคลรอบตัวของเด็กเล็ก |
ชุมชนของฉัน |
|
|
๑๘ |
๕-๙ ธ.ค./๖๕ |
สังคมรอบตัว |
วันพ่อแห่งชาติ |
|
|
๑๙ |
๑๒-๑๖ ธ.ค./๖๕ |
ธรรมชาติรอบตัว |
โลกของเรา |
|
|
๒๐ |
๑๙-๒๓ ธ.ค./๖๕ |
สังคมรอบตัว |
ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ |
|
2.กำหนดหลักการและแนวคิดที่ใช้ในการจัดศูนย์การเรียน
- ยึดเด็กเป็นสำคัญ (Child-Centered Approach)
-
เปิดโอกาสให้เด็กได้เลือก ลงมือทำ สำรวจ และเรียนรู้ด้วยตนเอง
-
ครูทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกและผู้กระตุ้นความคิด
- เด็กได้สัมผัส ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 สังเกต ทดลอง และบันทึกสิ่งที่เห็นจากธรรมชาติ
เชื่อมโยงหลายด้าน ทั้งวิทยาศาสตร์ ภาษา ศิลปะ และทักษะชีวิต ผ่านกิจกรรมเดียว
4.การเรียนรู้แบบใช้ประสบการณ์ตรง (Experiential Learning)
- นำธรรมชาติรอบตัวมาเป็นสื่อการเรียนรู้
- ให้เด็กได้สัมผัสสิ่งมีชีวิตจริง ๆ เช่น ใบไม้ ดอกไม้ แมลง
-
เด็กได้วาดภาพ แต่งเรื่อง และเล่าเรื่องที่ตนเองสังเกตพบ
ภาพที่
2 แบบร่างสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียน
แบบร่างสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียน
( รัตติกาล แก้วกาญจน์
โรงเรียนสาธิต 8/ก.ย/68 )
1. มุมพื้นที่กิจกรรม อยู่บริเวณตรงกลางห้องเรียน เป็นพื้นที่ที่กว้างขว้างสมเหมาะในการจัดกิจกรรม
2.
มุมชั้นวางของเด็ก อยู่บริเวณด้านข้างติดผนังห้องเรียน
อยู่ใกล้กับน้ำดื่ม/ชั้นวางของ หมายเลข3
3.
มุมน้ำดื่ม/ชั้นวางขนม อยู่ตรงกลางระหว่างโต๊ะครูหมายเลข4 สีน้ำเงิน และชั้นวางของเด็กหมายเลข2
4.
มุมโต๊ะครูมี2โต๊ะ
- โต๊ะคุณครูหมายเลข4สีน้ำเงิน
อยู่ติดกับอยู่ติดประตูหมายเลข5สีฟ้าและน้ำดื่ม/ชั้นวางขนมหมายเลข3
- โต๊ะครูนักศึกษาฝึกประสบการณ์ หมายเลข4สีชมพูอยู่ติดประตูหมายเลข5
5. มุมประตู มี2ข้าง
-ประตูหมายเลข5 สีเขียวอยู่ติดโต๊ะครูหมายเลข 4 สีชมพู
- ประตูหมายเลข5
สีฟ้าอยู่ติดโต๊ะครูหมายเลข4สีน้ำเงิน
6. มุมโต๊ะเขียนงานเด็ก อยู่ติดผนังตรงกลางประตูทั้ง 2 ข้าง
7. มุมกระดาน/ป้ายนิเทศ อยู่หน้าห้องเรียน
8. มุมโต๊ะหมู่บูชา อยู่มุมห้องเรียน
9. มุมหนังสือ อยู่ใกล้มุมศิลปะหมายเลข10
10. มุมศิลปะ อยู่กลางระหว่างมุมหนังสือหมายเลข9
และมุมดนตรีเลข 11
11. มุมดนตรี อยู่ตรงกลางระหว่างมุมศิลปะหมายเลข10
และมุมแต่งตัว12
12. มุมแต่งตัว อยู่ใกล้มุมแต่งตัวหมายเลข12
ภาพที่
3 แบบร่างสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียน
แบบร่างสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียน
(Bird Eye View นักศึกษาชั้นปีที่2)
1.
มุมพื้นที่กิจกรรม อยู่บริเวณตรงกลางห้องเรียน
เป็นพื้นที่ที่กว้างขว้าง
สมเหมาะในการจัดกิจกรรม
2.
มุมชั้นวางของเด็ก อยู่บริเวณด้านข้างติดผนังห้องเรียน
อยู่ใกล้กับน้ำดื่ม/ชั้นวางของ หมายเลข3
3.
มุมน้ำดื่ม/ชั้นวางขนม อยู่ตรงกลางระหว่างโต๊ะครูหมายเลข4
สีน้ำเงิน และชั้นวางของเด็กหมายเลข2
4.
มุมโต๊ะครูมี2โต๊ะ
-
โต๊ะคุณครูหมายเลข4สีน้ำเงิน
อยู่ติดกับอยู่ติดประตูหมายเลข5สีฟ้าและน้ำดื่ม/ชั้นวางขนมหมายเลข3
- โต๊ะครูนักศึกษาฝึกประสบการณ์ หมายเลข4สีชมพูอยู่ติดประตูหมายเลข5
5. มุมประตู มี2ข้าง
-ประตูหมายเลข5 สีเขียวอยู่ติดโต๊ะครูหมายเลข4สีชมพู
- ประตูหมายเลข5 สีฟ้าอยู่ติดโต๊ะครูหมายเลข4สีน้ำเงิน
6. มุมโต๊ะเขียนงานเด็ก อยู่ติดผนังตรงกลางประตูทั้ง2ข้าง
7.
มุมกระดาน/ป้ายนิเทศ
อยู่หน้าห้องเรียน
8. มุมโต๊ะหมู่บูชา อยู่มุมห้องเรียน
9. มุมหนังสือ อยู่ใกล้มุมศิลปะหมายเลข10
10. มุมศิลปะ อยู่กลางระหว่างมุมหนังสือหมายเลข9
และมุมดนตรีเลข 11
11. มุมดนตรี อยู่ตรงกลางระหว่างมุมศิลปะหมายเลข10
และมุมแต่งตัว12
12. มุมแต่งตัว อยู่ใกล้มุมแต่งตัวหมายเลข12
ภาพที่ 3 แบบร่างการจัดศูนย์ประสบการณ์ในสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียน
แบบร่างการจัดศูนย์ประสบการณ์ในสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียน
(Bird Eye View นักศึกษาชั้นปีที่2)
1. มุมพื้นที่กิจกรรม อยู่บริเวณตรงกลางห้องเรียน เป็นพื้นที่ที่กว้างขว้าง
สมเหมาะในการจัดกิจกรรม
2. มุมชั้นวางของเด็ก อยู่บริเวณด้านข้างติดผนังห้องเรียน
อยู่ใกล้กับน้ำดื่ม/ชั้นวางของ หมายเลข3
3.
มุมน้ำดื่ม/ชั้นวางขนม อยู่ตรงกลางระหว่างโต๊ะครูหมายเลข4 สีน้ำเงิน และชั้นวางของเด็กหมายเลข2
4. มุมโต๊ะครูมี2โต๊ะ
- โต๊ะคุณครูหมายเลข4สีน้ำเงิน
อยู่ติดกับอยู่ติดประตูหมายเลข5สีฟ้าและ
น้ำดื่ม/ชั้นวางขนมหมายเลข3
- โต๊ะครูนักศึกษาฝึกประสบการณ์
หมายเลข4สีชมพูอยู่ติดประตูหมายเลข5
5. มุมประตู มี2ข้าง
-ประตูหมายเลข5 สีเขียวอยู่ติดโต๊ะครูหมายเลข4สีชมพู
- ประตูหมายเลข5
สีฟ้าอยู่ติดโต๊ะครูหมายเลข4สีน้ำเงิน
6. มุมโต๊ะเขียนงานเด็ก อยู่ติดผนังตรงกลางประตูทั้ง2ข้าง
7. มุมกระดาน/ป้ายนิเทศ อยู่หน้าห้องเรียน
8. มุมโต๊ะหมู่บูชา อยู่มุมห้องเรียน
9. มุมหนังสือ (ศูนย์หนังสือ)อยู่ใกล้มุมศิลปะหมายเลข10
10. มุมศิลปะ อยู่กลางระหว่างมุมหนังสือหมายเลข9
และมุมดนตรีเลข 11
11. มุมดนตรี อยู่ตรงกลางระหว่างมุมศิลปะหมายเลข10
และมุมแต่งตัว12
12. มุมแต่งตัว อยู่ใกล้มุมแต่งตัวหมายเลข12
13. มุมวิทยาศาสตร์(ศูนย์วิทยาศาสตร์/ธรรมชาติ) อยู่บริเวณสนามหญ้า
นอกห้องเรียน
สรุป: จากการศึกษาข้อมูลหลักสูตรปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๔
ตามหลักสูตร การศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
อธิบายไปตามลำดับสารบัญ จะเห็นกระบวการทำงานที่เป็นระบบ มีขั้นตอน
มีหลักการและแนวคิดที่ศึกษาและนำมาประยุกต์ใช้
กลุ่มข้าพเจ้าจึงได้วางแผนและออกแบบศูนย์การเรียน
: ศูนย์หนังสือ และศูนย์วิทยาศาสตร์
ไว้ที่มุมหนังสือและมุมวิทยาศาสตร์/ ธรรมชาติ ให้เด็กได้สังเกตและสำรวจสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติรอบตัว
เชื่อมโยงสิ่งที่สังเกตเห็นกับการเล่าเรื่องราวอย่างสร้างสรรค์ จึงจะนำไปสู่ข้อที่
4 ในลำดับถัดไป
สรุป: นี่คือ ผังจัดมุมกิจกรรมของห้องเรียนอนุบาล/ปฐมวัย ที่แบ่งพื้นที่เป็นมุมต่าง ๆ เช่นมุมหนังสือ มุมบ้าน มุมเครื่องเล่น มุมอุปกรณ์การเรียน โต๊ะครู และยังมีส่วนที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ห้องน้ำ มุมล้างมือ เพื่อให้เด็ก ๆ ได้ใช้ห้องอย่างเหมาะสมและปลอดภัย
4.การวางแผนจัดประสบการณ์
ใช้ขั้นตอนการจัดกิจกรรมและประสบการณ์ในแผนฯ ช่วงกิจกรรมเสริมประสบการณ์ - การเล่นตามมุมประสบการณ์, ศูนย์วิทยาศาสตร์และศูนย์หนังสือ โดยศึกษาจากแผนฯ ของโรงเรียนเขียนให้มีองค์ประกอบหลักๆ ดังนี้
1) เป้าหมายและวัตถุประสงค์การเรียนรู้
เด็กมีประสบการณ์ตรงจากการสังเกตและสำรวจสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติรอบตัว
-
เด็กเกิดความสนใจและใฝ่รู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตและสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติ
-
เด็กสามารถเชื่อมโยงสิ่งที่สังเกตเห็นกับการเล่าเรื่องราวอย่างสร้างสรรค์
-
เด็กพัฒนาทักษะการใช้ภาษา การสื่อสาร และการกล้าแสดงออก
-
เด็กเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับเพื่อนอย่างมีความสุข
2) ขั้นตอนการจัดกิจกรรม: ขั้นเตรียม ขั้นนำ ขั้นสอน ขั้นสรุป
กิจกรรม นักวิทยาศาสตร์น้อยเล่าเรื่องจากธรรมชาติ
ขั้นเตรียม
- แว่นขยายสำหรับเด็ก
- หนังสือเล่มเล็ก(ให้เด็กเเต่ละคนบันทึก)
- หนังสือเล่มเด็ก
- สีไม้ / ดินสอ/บัตรคำศัพท์ง่าย ๆ เช่น "แมลง", "ปีก", "ต้นไม้", "ใบไม้"
- จัดสถานที่ให้มีมุมสังเกตธรรมชาติที่ปลอดภัย เช่น บริเวณสนามหญ้า ใต้ต้นไม้
ขั้นนำ
- ครูเริ่มด้วยการเล่านิทานสั้น ๆ เกี่ยวกับธรรมชาติ เช่น “แมลงเต่าทองผจญภัย”
- ถามเด็ก ๆ ว่าเคยเห็นแมลงหรือใบไม้ที่น่าสนใจไหม
- แนะนำอุปกรณ์ “แว่นขยาย” และสาธิตวิธีใช้
- บอกวัตถุประสงค์ของกิจกรรม: “วันนี้เราจะเป็นนักวิทยาศาสตร์น้อย ออกไปสำรวจธรรมชาติ แล้วเอาสิ่งที่เห็นมาสร้างเป็นนิทานของตัวเอง”
ขั้นสอน
กิจกรรมที่ 1: ออกสำรวจธรรมชาติ(ศูนย์วิทยาศาสตร์ / ธรรมชาติ)
- เด็กใช้แว่นขยายส่องดูใบไม้ แมลง ดอกไม้ ฯลฯ
- สังเกตลักษณะ สี ขนาด จำนวนปีก จุดบนตัว ฯลฯ
- บันทึกภาพด้วยการวาด หรือติดใบไม้ลงไปที่หนังสือเล่มเด็กของตนเอง
- ครูพูดคุยกระตุ้น เช่น “หนูเห็นอะไรบ้าง แมลงตัวนี้มีปีกไหม สีอะไร”
- เขียนหรือเล่าเรื่องราวสั้น ๆ ประกอบภาพวาด เช่น“ใบไม้พูดได้”, “แมลงปออยากบินสูง”, “ดอกไม้กับเพื่อนใหม่”เด็กเล่านิทานให้ครูหรือเพื่อนฟัง (สำหรับเด็กเล็กครูอาจช่วยเขียนให้)
ขั้นสรุป
เด็ก ๆ นำผลงานมาเล่าให้เพื่อนฟังทีละคน หรือทำเป็นนิทรรศการเล็ก ๆ ครูตั้งคำถามปลายเปิด เช่น:"วันนี้หนูได้เรียนรู้อะไรจากธรรมชาติบ้าง?" "ถ้าเป็นแมลง หนูอยากเป็นแมลงอะไร เพราะอะไร?"สื่อ / แหล่งเรียนรู้
- หนังสือเล่มเล็ก(ให้เด็กเเต่ละคนบันทึก)
- แว่นขยาย
- ธรรมชาติรอบตัว (สนาม ต้นไม้ ใบไม้ ดอกไม้ แมลง)
- วิดีโอสั้น ๆ เกี่ยวกับแมลง / การใช้แว่นขยาย (ถ้ามี)
การประเมินผล
- เด็กสังเกตและสำรวจสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติรอบตัวได้
- เด็กสนใจและใฝ่รู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตและสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติ
เด็กสามารถเชื่อมโยงสิ่งที่สังเกตเห็นกับการเล่าเรื่องราวอย่างสร้างสรรค์ได้
เด็กใช้ภาษา การสื่อสาร และการกล้าแสดงออกได้
เด็กเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับเพื่อนอย่างมีความสุข
การประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย
การประเมินพัฒนาการเด็กอายุ ๓ - ๖ ปี
เป็นการประเมินพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาของเด็ก
โดยถือเป็นกระบวนการต่อตนเอง และเป็น
ส่วนหนึ่งของกิจกรรมปกติที่จัดให้เด็กในแต่ละวัน
ผลที่ได้จากการสังเกตพัฒนาการเด็กต้องนำมาจัดทำสารนิทัศน์หรือจัดทำข้อมูลหลักฐานหรือเอกสารอย่างเป็นระบบ
ด้วยการวบรวมผลงานสำหรับเด็กเป็นรายบุคคลที่่สามารถบอกเรื่องราวหรือประสบการณ์ที่เด็กได้รับว่าเด็กเกิดการเรียนรู้และมีความก้าวหน้าเพียงใด
ทั้งนี้ ให้นำข้อมูลผลการประเมิน พัฒนาการเด็กมาพิจารณา ปรับปรุงวางแผน การจัดกิจกรรม
และส่งเสริมให้เด็กแต่ละคนได้รับการพัฒนา ตามจุดหมายของหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง
การประเมินพัฒนาการควรยึดหลัก ดังนี้
๑.
วางแผนการประเมินพัฒนาการอย่างเป็นระบบ
๒.
ประเมินพัฒนาการเด็กครบทุกด้าน
๓.
ประเมินพัฒนาการเด็กเป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องตลอดปี
๔.
ประเมินพัฒนาการตามสภาพจริงจากกิจกรรมประจำวันด้วยเครื่องมือและวิธีการที่หลากหลาย
ไม่ควรใช้แบบทดสอบ
๕. สรุปผลการประเมิน
จัดทำข้อมูลและนำผลการประเมินไปใช้พัฒนาเด็ก
ผลการใช้สื่อประกอบคู่มือฯ
1. ผลที่เกิดกับเด็ก
เด็กมีความกระตือรือร้นในการสังเกตสิ่งรอบตัว
โดยเฉพาะสัตว์ที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน
เมื่อเด็กได้ถ่ายทอดสิ่งที่เห็นออกมาเป็นภาพวาด
ทำให้พวกเขาเกิดความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง
อีกทั้งยังได้ฝึกใช้สายตาในการสังเกตรายละเอียด รูปร่าง
ลักษณะเฉพาะของสัตว์แต่ละชนิด
การวาดและระบายสียังช่วยส่งเสริมทักษะกล้ามเนื้อมัดเล็ก
และสร้างโอกาสในการใช้ความคิดสร้างสรรค์
เด็กบางคนสามารถเล่าเรื่องประกอบภาพของตนเองได้
ทำให้เห็นพัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสารควบคู่ไปด้วย
2. ผลที่เกิดกับครูผู้สอน
คู่มือการจัดกิจกรรมช่วยให้ครูสามารถวางแผนและดำเนินกิจกรรมได้อย่างเป็นระบบ
ไม่ขาดตอน
ครูสามารถใช้สมุดสำรวจสัตว์เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ในการติดตามพัฒนาการของเด็กแต่ละคน
ทั้งด้านการสังเกต การคิด และการสื่อสาร
ผลงานของเด็กยังสะท้อนให้ครูเห็นความแตกต่างระหว่างบุคคล
ทำให้สามารถวางแผนส่งเสริมเพิ่มเติมได้ตรงตามศักยภาพของแต่ละคน
3. ผลต่อสื่อและการเรียนรู้
สมุดสำรวจสัตว์เป็นสื่อที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริง
จึงไม่เป็นเพียงเครื่องมือบันทึกภาพวาด
แต่ยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่การเรียนรู้ที่เด็กสามารถเก็บสะสมผลงานต่อเนื่องได้
การที่เด็กเป็นผู้วาดภาพเอง ทำให้สื่อมีเอกลักษณ์และสะท้อนความคิดของเด็กได้โดยตรง
ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
4. สรุปภาพรวม
ผลการใช้สื่อสมุดสำรวจสัตว์ประกอบคู่มือฯ แสดงให้เห็นว่า สื่อมีความเหมาะสมกับเด็กปฐมวัย สามารถส่งเสริมการเรียนรู้แบบบูรณาการ ทั้งด้านการสังเกต การใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก การคิดสร้างสรรค์ และการสื่อสาร ขณะเดียวกันยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยครูติดตามพัฒนาการของเด็กอย่างมีระบบ จึงถือเป็นสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณค่าและสามารถนำไปปรับใช้ในกิจกรรมอื่น ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง
5. ผลการประเมิน
ภาคผนวก
รายการอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2561). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย
พุทธศักราช ๒๕๖๐ สำหรับเด็ก
อายุ ๓ - ๖ ปี. กรุงเทพมหานคร :
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ.
กระทรวงศึกษาธิการ.
(2560). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐.
กรุงเทพมหานคร : สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ.
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์.
(2564). หลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัย โรงเรียน
สาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ พุทธศักราช ๒๕๖๔
ตามหลักสูตรการศึกษา
ปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐. สุรินทร์ : ม.ป.พ.
เอกสารอัดสำเนา.














ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น