หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2568

การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ โรงเรียนบ้านโคกมะเมียน(ธรรมสุชาติอุทิศ)



 

 

 

การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย

ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน หน่วย “หน่วยคมนาคม”

ชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนบ้านโคกมะเมียน(ธรรมสุชาติอุทิศ) ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 

1.หลักการและแนวคิดสำคัญในการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย

(นำข้อมูลจากหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านโคกมะเมียน(ธรรมสุชาติอุทิศ)

หลักการสำคัญในการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย

หลักสำคัญในการจัดต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ความสะอาด เป้าหมายการพัฒนาเด็ก ความเป็นระเบียบ ความเป็นตัวของเด็กเอง ให้เด็กเกิดความรู้สึกอบอุ่น มั่นใจ และมีความสุข โดยคำนึงถึงเรื่องต่อไปนี้

1) การวางวัสดุ อุปกรณ์ สื่อ เครื่องเล่น ครุภัณฑ์ ควรจัดให้เหมาะสมกับวัยและพัฒนาการ เพื่อให้เด็กสามารถใช้หรือทำกิจกรรมได้สะดวกด้วยตนเอง

2) วัสดุ อุปกรณ์ สื่อ เครื่องเล่น ครุภัณฑ์ ควรมีขนาดเหมาะสมกับเด็กปฐมวัย

3) การจัดพื้นที่ในห้องเรียนควรจัดให้เหมาะสม เลือกที่ตั้งครุภัณฑ์ อุปกรณ์ต่างๆ และมุมประสบการณ์ โดยคำนึงถึงทิศทางลม

แสงสว่างเพียงพอต่อการทำกิจกรรม ไม่มีแสงแดดส่องรบกวนสายตาเด็กขณะทำกิจกรรม ทุกจุดของห้องเรียนสามารถเห็นโดยรอบ

4) สภาพแวดล้อมในห้องปลอดภัยจากสัตว์ แมลง พืช และสารเคมีที่มีพิษ ครุภัณฑ์ โต๊ะ เก้าอี้ ไม่ควรเป็นมุมแหลมที่เป็นอันตราย

5) การแบ่งพื้นในห้องเรียนให้เหมาะสมกับการจัดกิจกรรม มีดังนี้

5.1 พื้นที่อำนวยความสะดวกเพื่อเด็กและผู้สอน

    1) ที่แสดงผลงานของเด็ก อาจจัดเป็นแผ่นป้าย หรือที่แขวนผลงาน

    2)ที่เก็บแฟ้มผลงานของเด็ก อาจจัดทำเป็นกล่องหรือจัดใส่แฟ้มรายบุคคล

   3) ที่เก็บเครื่องใช้ส่วนตัวของเด็ก อาจทำเป็นช่องตามจำนวนเด็ก

   4) ที่เก็บเครื่องใช้ของผู้สอน เช่น อุปกรณ์การสอน ของส่วนตัวผู้สอน ฯลฯ

   5) ป้ายนิเทศตามหน่วยการสอนหรือสิ่งที่เด็กสนใจ

5.2 พื้นที่ปฏิบัติกิจกรรมและการเคลื่อนไหว ควรกำหนดให้ชัดเจน ควรมีพื้นที่ที่เด็กสามารถจะทำงานได้ด้วยตนเอง และทำกิจกรรมด้วยกันในกลุ่มเล็ก หรือกลุ่มใหญ่ เด็กสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระจากกิจกรรมหนึ่งไปยังกิจกรรมหนึ่งโดยไม่รบกวนผู้อื่น

5.3 พื้นที่จัดมุมเล่นหรือมุมประสบการณ์ สามารถจัดได้ตามความเหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพของห้องเรียน จัดแยกส่วนที่ใช้เสียงดังและเงียบออกจากกัน ต้องมีของเล่น วัสดุอุปกรณ์ในมุมอย่างเพียงพอต่อการเรียนรู้ของเด็ก การเล่นในมุมเล่นอย่างเสรี มักถูกกำหนดไว้ในตารางกิจกรรมประจำวัน เพื่อให้โอกาสเด็กได้เล่นอย่างเสรีประมาณวันละ ๑ ชั่วโมง การจัดมุมเล่นต่างๆ ผู้สอนควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

   1) ในห้องเรียนควรมีมุมเล่นอย่างน้อย ๓-๕ มุม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นที่และขนาดของห้อง

   2) ควรมีการผลัดเปลี่ยนสื่อของเล่นตามมุม ตามหน่วยการจัดประสบการณ์การเรียนรู้และตามความสนใจของเด็ก

   3) ควรจัดให้มีสื่อและผลงานที่เด็กได้เรียนรู้ไปแล้ว จัดอยู่ในมุมเล่น เช่น การทดลองอย่างง่าย เรื่องการเปลี่ยนแปลงของสี เป็นต้น โดยผู้สอนจัดเตรียมอุปกรณ์ให้เด็กได้เล่นประสบการณ์ให้เด็กได้เล่น

  4) ควรเปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วมในการจัดมุมเล่น ทั้งนี้เพื่อจูงใจให้เด็กรู้สึกเป็นเจ้าของ อยากเรียนรู้ อยากเข้าเล่น

 5) ควรเสริมสร้างข้อตกลงในการทำกิจกรรม เพื่อเสริมสร้างวินัยเชิงบวกให้กับเด็ก เช่น สร้างข้อตกลงร่วมกันว่าเมื่อเล่นเสร็จแล้วจะต้องจัดเก็บอุปกรณ์ทุกอย่างเข้าที่ให้เรียบร้อย

 6) การจัดแสดงผลงานและการเก็บของ ควรคำนึงถึงเรื่องต่อไปนี้

   -จัดให้มีที่แสดงผลงานเสนอวาดภาพ งานเขียนอิสระหรืองานปั้น งานประดิษฐ์ของเด็กๆ

   -จัดที่แสดงผลงานให้น่าสนใจและสดชื่น

   -ให้เด็กเห็นของแปลกๆ ใหม่ๆ ที่เด็กไม่เคยเห็น

    -ส่งเสริมให้เด็กๆ รู้จักเลือกสรรว่าจะทำอะไร จัดแสดงอะไร

    -กระตุ้นให้เกิดความอยากรู้อยากเห็น

    -สอนให้รู้จักจัดของเป็นตามชนิด/ประเภท และเลือกของออกมาใช้ตามความต้องการ

    -สร้างนิสัยในการเก็บของให้เป็นที่เป็นทาง


แนวคิดสำคัญในการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย (นำข้อมูลจากวารสารปัญญา ปีที่ 27 ฉบับที่ 1 (มกราคม – มิถุนายน 2563) การจัดสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมต่อการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย)

1. ทฤษฎีพัฒนาการทางกาย กีเซล (Gesell) ทฤษฎีพัฒนาการทางกายของกีเซลมีส่วนในการจัดสภาพแวดล้อมและการจัดกิจกรรมให้แก่เด็กในปัจจุบัน เพราะในสถานศึกษาปฐมวัยจะจัดสภาพแวดล้อมและกิจกรรมให้แก่เด็กโดยมีจุดมุ่งหมายที่จะพัฒนาเด็กให้ครบทุกด้าน

2. ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาเพียเจต์ (Piaget) เชื่อว่าพัฒนาการทางด้านสติปัญญาของเด็กเกิดจากการที่เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมซึ่งมนุษย์จะซึมซับประสบการณ์และมีการปรับตัวและปรับโครงสร้างทางสติปัญญา

3.ทฤษฎีพัฒนาการทางจิตใจและอารมณ์ ทฤษฎีนี้ ออสูเบล (Ausubel) เห็นว่าเด็กมีอารมณ์ 2 ประเภท คือ อารมณ์ดีและอารมณ์ไม่ดี อารมณ์ของเด็กทั้งสองประเภทเกิดได้จากอิทธิพลของสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็ก

4 ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมสังคมและบุคลิกภาพ ทฤษฎีพัฒนาการ จริยธรรม สังคม และบุคลิกภาพ มีบุคคลที่ให้แนวทางเกี่ยวกับทฤษฎีเหล่านี้คือ ฟรอยด์(Freud) อิริคสัน (Erikson) และดิวอี้ (Dewey)ทั้งสามท่านกล่าวถึงการจัดสภาพแวดล้อมมีบทบาทในการพัฒนาเด็ก เด็กจะเรียนรู้สภาพแวดล้อมการกระทำของเด็กเองการเรียนรู้ และประสบการณ์ที่เด็กได้จากสภาพแวดล้อมจะมีส่วนสัมพันธ์กันอย่างมากเพราะเด็กกำลังอยู่ในวัยที่รับรู้มีการเรียนแบบดังนั้นสภาพแวดล้อมต่าง ๆ จะมีผลต่อการพัฒนาทางจริยธรรม สังคม และบุคลิก-ภาพของเด็กเป็นอย่างมาก

2.องค์ประกอบหลักของสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ (นำข้อมูลจากหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านโคกมะเมียน(ธรรมสุชาติอุทิศ)

1.สภาพแวดล้อมทางกายภาพ เป็นการจัดที่มีเป้าหมายให้เด็กอยู่ร่วมกันอย่างมีสุขอนามัยที่ดี มีพื้นที่ในการตอบสนองการทำกิจกรรมต่างๆ อย่างคล่องตัว และตอบสนองการทำกิจกรรมที่หลากหลายความพร้อมของห้องเรียนที่มีลักษณะทางกายภาพที่ดี คือ มีอากาศถ่ายเทที่ดี มีอุณหภูมิที่เหมาะสมมีแสงสว่างเพียงพอ มีความสงบที่จะทำกิจกรรมอย่างสบายและมีสมาธิ

1.1สภาพแวดล้อมภายในห้องเรียน หลักสำคัญในการจัดต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ความสะอาด เป้าหมายการพัฒนาเด็ก ความเป็นระเบียบ ความเป็นตัวของเด็กเอง ให้เด็กเกิดความรู้สึกอบอุ่น มั่นใจ และมีความสุข

1.2สภาพแวดล้อมนอกห้องเรียน คือ การจัดสภาพแวดล้อมบริเวณในสถานศึกษา รวมทั้งจัดสนามเด็กเล่น พร้อมเครื่องเล่นสนาม จัดระวังรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณสถานศึกษา ดูแลรักษาความสะอาด ปลูกต้นไม้ให้ความร่มรื่นรอบๆบริเวณสถานศึกษา สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลต่อการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็ก

2. การจัดสภาพแวดล้อมด้านจิตภาพ เป็นการจัดการห้องเรียนตามแนวคิดเรื่องการเรียนรู้อย่างมีความสุข การจัดสภาพแวดล้อมจึงเป็นการจัดจัดเพื่อให้เกิดบรรยากาศที่ดีในการอยู่ร่วมกัน ซึ่งจะเกิดความสะดวก ปลอดภัย ราบรื่นจากการทำกิจกรรมในห้องเรียนที่มีลักษณะทางกายภาพที่เหมาะสมและมีการปฏิบัติต่อกันที่เหมาะสมของผู้ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมทั้งเด็กและผู้สอน การจัดบรรยากาศด้านจิตภาพจึงมีเป้าหมายเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสภาพแวดล้อมแห่งความสุข การจัดสภาพแวดล้อมทางจิตภาพ มีรายละเอียดดังนี้

2.1 บุคลิกภาพผู้สอน ช่วยเสริมบรรยากาศในการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในห้องได้เป็นอย่างดี ยิ้มแย้ม แจ่มใส ใช้ภาษาถูกต้องชัดเจน พูดกับเด็กด้วยเสียงนุ่มนวลเป็นมิตร

2.2 การจัดการชั้นเรียนของผู้สอน ควรดูแลใส่ใจให้เด็กอยู่ร่วมกันในห้องเรียนอย่างมีความสุข พร้อมทั้งเรียนรู้สิทธิและหน้าที่ของตน มีการสร้างข้อตกลงในการปฏิบัติตนร่วมกันระหว่างครูกับเด็ก และเด็กกับเด็ก

2.3 การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนกับเด็ก ช่วยเสริมสร้างให้เด็กรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย สร้างความมั่นใจในตนเอง และเกิดความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง ผู้สอนควรสร้างความสัมพันธ์กับเด็กด้วยท่าทาง เช่น ยิ้ม สัมผัส ทักทายและพูดคุยกับเด็ก

2.4 การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับเด็ก ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กกับเด็กในสถานศึกษา จะทำให้เด็กอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างเด็กกับเด็ก

2.5 การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองกับสถานศึกษา ผู้สอนมีบทบาทยิ่งในการสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดคามสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองกับสถานศึกษา ผู้สอนจึงควรสร้างความสัมพันธ์กับผู้ปกครองด้วยการจัดทำป้ายนิเทศซึ่งมีสาระเกี่ยวกับเด็ก ผู้ปกครอง ชุมชน และโรงเรียน

3.การจัดสภาพแวดล้อมด้านสังคม เป็นการจัดสภาพแวดล้อมที่เกิดจากแนวคิดเรื่องการเรียนรู้ทางสังคมของเด็กปฐมวัยที่เรียนรู้ทางสังคมจากการเล่น การทำกิจกรรมและการทำงานร่วมกับผู้อื่นทั้งเด็กและผู้ใหญ่ การจัดการสภาพแวดล้อมด้านสังคมจึงเป็นการจัดการที่ให้เด็กอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข สนับสนุนให้ปฏิบัติตนไหนลักษณะที่สังคมยอมรับและเกิดทักษะทางสังคมมีสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น


3.การจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน

การจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนสำหรับเด็กปฐมวัย หมายถึง การออกแบบและจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ในลักษณะที่มีการจัดเตรียมมุม หรือพื้นที่กิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อให้เด็กปฐมวัยได้มีโอกาสเรียนรู้ผ่านการเล่นและการทำกิจกรรมจริงในแต่ละศูนย์เรียนรู้ เช่นศูนย์ศิลปะ ศูนย์ภาษา ศูนย์คณิตศาสตร์ ศูนย์วิทยาศาสตร์ เป็นต้น

1.ศูนย์เกมการศึกษา

- กิจกรรมภาพไหนตรงกันนะ?

- พัฒนาการ : ส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็ก ฝึกการคิดวิเคราะห์

2.ศูนย์การประดิษฐ์

- กิจกรรมจรวดน้อยหรรษา

- พัฒนาการ : ส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็ก ฝึกจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบรถคันโปรด

3.ศูนย์บทบาทสมมติ

-กิจกรรมการผจญภัยของรถคันน้อย

-พัฒนาการ : ส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดใหญ่ การเรียนรู้กฎจราจร เรียนรู้สัญญาณไฟแดง เขียว เหลือง เป็นต้น

จุดมุ่งหมาย

  • ส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน อย่างสมดุล
  • ฝึกให้เด็กมีวินัย ความรับผิดชอบ และการตัดสินใจด้วยตนเอง
  • ทำให้ครูสามารถสังเกตและประเมินพัฒนาการของเด็กได้จากการเล่นและการลงมือปฏิบัติจริง

หลักการจัดศูนย์การเรียนรู้

1. จัดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย โต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์ และของเล่นต้องเหมาะกับวัยเด็ก

2. จัดพื้นที่หลากหลายมุม แต่ละมุมมีวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น มุมหนังสือ มุมศิลปะ มุมบทบาทสมมติ

3. กระตุ้นการเรียนรู้ผ่านการเล่น ทุกกิจกรรมควรเชื่อมโยงกับการเล่นที่สร้างสรรค์

4. เปิดโอกาสให้เลือกอย่างอิสระ เด็กสามารถเลือกมุมหรือศูนย์การเรียนรู้ที่สนใจได้

5. เน้นการเรียนรู้ร่วมกัน ส่งเสริมให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์ ช่วยเหลือ แบ่งปันกับเพื่อน

6. จัดอย่างเป็นระเบียบและต่อเนื่อง เพื่อให้เด็กเรียนรู้การใช้ การเก็บ และการดูแลรักษาสื่อ

ประโยชน์ของการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียนรู้

เด็กได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง พัฒนาทักษะทั้งด้านสติปัญญา ภาษา และการแก้ปัญหา ส่งเสริมทักษะการอยู่ร่วมกับผู้อื่น แบ่งปัน และช่วยเหลือกัน เด็กมีความสุข สนุก และเกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้ ครูเห็นศักยภาพของเด็กชัดเจนขึ้น สามารถพัฒนาเป็นรายบุคคลได้


4.แนวทางการในการจัดสภาพแวดล้อมและการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ของสถานศึกษาโรงเรียนบ้านโคกมะเมียน(ธรรมสุชาติอุทิศ) (นำข้อมูลมาจากหลักสูตรสถานศึกษา ที่ใช้ในปัจจุบันของโรงเรียน

1. ห้องเรียนมีความสะอาดและความปลอดภัย

  • การวางวัสดุ อุปกรณ์ สื่อ เครื่องเล่น ครุภัณฑ์ ควรจัดให้เหมาะสมกับวัยและพัฒนาการ เพื่อให้เด็กสามารถใช้หรือทำกิจกรรมได้สะดวกด้วยตนเอง

2.ห้องเรียนมีแสงสว่างและอากาศถ่ายเท

  • การจัดพื้นที่ในห้องเรียนควรจัดให้เหมาะสม เลือกที่ตั้งครุภัณฑ์ อุปกรณ์ต่างๆ และมุมประสบการณ์ โดยคำนึงถึงทิศทางลม แสงสว่างเพียงพอต่อการทำกิจกรรม ไม่มีแสงแดดส่องรบกวนสายตาเด็กขณะทำกิจกรรม ทุกจุดของห้องเรียนสามารถเห็นโดยรอบ

3. พื้นที่อำนวยความสะดวกเพื่อเด็กและผู้สอน

  • แสดงผลงานของเด็ก อาจจัดเป็นแผ่นป้าย หรือที่แขวนผลงาน
  • เก็บแฟ้มผลงานของเด็ก อาจจัดทำเป็นกล่องหรือจัดใส่แฟ้มรายบุคคล
  • ที่เก็บเครื่องใช้ส่วนตัวของเด็ก อาจทำเป็นช่องตามจำนวนเด็ก

4. พื้นที่ปฏิบัติกิจกรรมและการเคลื่อนไหว

  • ควรกำหนดให้ชัดเจน ควรมีพื้นที่ที่เด็กสามารถจะทำงานได้ด้วยตนเอง และทำกิจกรรมด้วยกันในกลุ่มเล็ก หรือกลุ่มใหญ่ เด็กสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระจากกิจกรรมหนึ่งไปยังกิจกรรมหนึ่งโดยไม่รบกวนผู้อื่น

5.พื้นที่จัดมุมเล่นหรือมุมประสบการณ์

  • สามารถจัดได้ตามความเหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพของห้องเรียน จัดแยกส่วนที่ใช้เสียงดังและเงียบออกจากกัน ต้องมีของเล่น วัสดุอุปกรณ์ในมุมอย่างเพียงพอต่อการเรียนรู้ของเด็ก


5.การออกแบบและวางแผนจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน หน่วย “คมนาคม”

ขั้นตอนการออกแบบและวางแผน

1.ข้อมูลบริบทของชั้นเรียน ข้อมูลผู้เรียน

สถานศึกษา : โรงเรียนบ้านโคกมะเมียน (ธรรมสุชาติอุทิศ)

ระดับชั้น : อนุบาลปีที่ 2 (อายุประมาณ 4-5 ปี)

จำนวนผู้เรียน : นักเรียนทั้งหมดจำนวน 13 คน (โดยมีผู้หญิง 7 คน และผู้ชาย 6 คน)

ลักษณะห้องเรียน : ห้องเรียนมีพื้นที่เพียงพอและยืดหยุ่นให้ผู้เรียนสามารถเคลื่อนไหว หรือเปลี่ยนบรรยากาศ เช่น มุมนั่งเล่น มุมหนังสือ มุมศิลปะ

สภาพแวดล้อม : มีความสะอาด เป็นระเบียบ ปลอดภัย มีแสงสว่างเพียงพอ การถ่ายเทอากาศดีบรรยากาศการเรียนรู้

  • ีบรรยากาศที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้เรียน เช่น การทำงานกลุ่ม เป็นต้น
  • มีบรรยากาศที่มีความเป็นมิตร เช่น นักเรียนมีความรู้สึกมั่นใจ ปลอดภัย กล้าแสดงความคิดเห็น
  • บรรยากาศที่กระตุ้นความสนใจของเด็ก เช่น การเรียนมีความสนุก น่าตื่นเต้น และน่าสนใจ เป็นต้น
ข้อมูลผู้เรียน

ลักษณะทั่วไป : เด็กมีความชอบเรียนรู้จากการเล่น เรียนรู้การเข้าสังคมผ่านการเล่นและทำกิจกรรมร่วมกัน และมีการแสดงอารมณ์ได้ชัดเจน เช่น ดีใจ เสียใจ โกรธ กลัว

พื้นฐานความรู้และทักษะ : เด็กมีทักษะด้านภาษา เช่น การสื่อสาร การฟัง การทำความเข้าใจในคำสั่ง

พัฒนาการด้านร่างกาย : เด็กส่วนใหญ่มีความคล่องแคล่วว่องไว และสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้

พัฒนาการด้านอารมณ์ - สังคม : เด็กส่วนใหญ่เล่นร่วมกับผู้อื่นและอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ เช่น การรู้จักแบ่งของ การรอคิว การทำงานกลุ่ม

พัฒนาการด้านสติปัญญา : เด็กมีความสนใจในการเรียนรู้ผ่านการเล่น การสังเกต การคิด และการตั้งคำถาม หรือการตอบคำถาม

ความต้องการของผู้เรียน : เด็กต้องการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การทดลอง การวาดภาพ หรือกิจกรรมทางศิลปะ

2.กำหนดหลักการและแนวคิดที่ใช้ในการจัดศูนย์การเรียน (นำข้อมูลจากหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านโคกมะเมียน(ธรรมสุชาติอุทิศ)

หลักการจัดศูนย์การเรียน

1.ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง – จัดกิจกรรมให้เด็กมีโอกาสเลือก ลงมือทำ ค้นคว้า และเรียนรู้ด้วยตนเอง เช่น ศูนย์ศิลปะ ศูนย์บทบาทสมมติ หรือศูนย์เกมการศึกษา เป็นต้น

2.มีความสอดคล้องกับพัฒนาการและวัย – กิจกรรมต้องเหมาะสมกับอายุ ความสามารถ และความสนใจของผู้เรียน

3.บูรณาการการเรียนรู้ – ใช้การเชื่อมโยงความรู้หลายด้าน เช่น ภาษา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศิลปะ และสังคม

แนวคิดที่ใช้ในการจัดศูนย์การเรียน

1. แนวคิดการเรียนรู้โดยใช้ประสบการณ์ (Experiential Learning – Dewey, Kolb)

  • เด็กเรียนรู้ดีที่สุดจากการลงมือทำจริง ศูนย์การเรียนจึงควรมีการทดลอง การสังเกต และการแก้ปัญหา

2.แนวคิดการเรียนรู้ผ่านการเล่น (Learning through Play)

  • การเล่นเป็นหัวใจของการเรียนรู้ในวัยเด็ก ศูนย์การเรียนจึงควรมีกิจกรรมที่สนุก กระตุ้น และเปิดโอกาสให้เด็กคิดสร้างสรรค์
3.การจัดสภาพแวดล้อมของห้องเรียน (อธิบายโดยมีแผนภาพ แผนผังประกอบ) (นำข้อมูลจากโรงเรียนบ้านโคกมะเมียน(ธรรมสุชาติอุทิศ)







               ที่มา : โรงเรียนบ้านโคกมะเมียน(ธรรมสุชาติอุทิศ) วันที่ 11 กันยายน 2568 เวลา 07.42 น.


4.การวางแผนจัดประสบการณ์ (นำข้อมูลจากแผนการจัดประสบการณ์ระดับปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2/2 โรงเรียนบ้านโคกมะเมียน(ธรรมสุชาติอุทิศ) สัปดาห์ที่ 18 คมนาคม สาระการเรียนรู้ : สิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก

ใช้ขั้นตอนการจัดกิจกรรมและประสบการณ์ในแผนฯ ช่วงกิจกรรมเสรี - การเล่นตามมุมประสบการณ์, ศูนย์การเรียน โดยศึกษาจากแผนฯ ของโรงเรียน และเทียบเคียงกับแผนฯ ของสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร) เขียนให้มีองค์ประกอบหลักๆ ดังนี้

1) เป้าหมายและวัตถุประสงค์การเรียนรู้

1.เพื่อให้เด็กได้รู้จักและเข้าใจเรื่องการเดินทางและการคมนาคม เช่น ยานพาหนะต่างๆ วิธีการเดินทาง และความสำคัญของการคมนาคมในชีวิตประจำวัน

2.เพื่อส่งเสริมทักษะทางสังคมและการสื่อสาร เช่น การสังเกต พูดคุย เล่าเรื่องเกี่ยวกับการเดินทาง

3.เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ ผ่านกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเล่นที่เลียนแบบการขับรถ

4.เพื่อสร้างความตระหนักในเรื่องความปลอดภัยในการเดินทาง เช่น การรู้จักสัญลักษณ์จราจร การข้ามถนนอย่างปลอดภัย

2) ขั้นตอนการจัดกิจกรรม: ขั้นเตรียม ขั้นนำ ขั้นสอน ขั้นสรุป

ขั้นเตรียม

  1.        รถจากลังกระดาษ
  2.         ใบงานรูปจรวด
  3.         หลอด
  4.         กาว กรรไกร สีไม้/สีเทียน
  5.         บัตรภาพรูปคมนาคม เช่น รูปรถ เรือ เครื่องบิน และอื่นๆ เป็นต้น

ขั้นนำ

  1.   ครูสนทนากับเด็กเกี่ยวกับการเดินทาง เช่น “วันนี้หนูมาโรงเรียนโดยรถอะไรคะ?”
  2.  แสดงภาพยานพาหนะต่าง ๆ (รถยนต์ รถไฟ เรือ เครื่องบิน)
  3. สนทนากับเด็กว่าวันนี้เราจะทำกิจกรรมอะไรบ้าง ได้แก่ กิจกรรมภาพไหนตรงกันนะ? กิจกรรมประดิษฐ์รถคันโปรด และกิจกรรมการผจญภัยของรถคันน้อย เป็นต้น

ขั้นสอน

กิจกรรมที่ 1 : กิจกรรมภาพไหนตรงกันนะ?

1.ครูให้เด็กๆแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน หลังจากนั้นครูแจกการ์ดภาพให้เด็กๆทุกกลุ่ม กลุ่มละเท่าๆกัน

2.ให้เด็กเริ่มจับคู่ภาพที่เหมือนกันเด็ก ๆ โดยหยิบภาพแล้วหาคู่ที่เหมือนกัน วางเรียงให้ตรงกัน

3.ครูได้ให้เด็กๆลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง โดยมีคุณครูคอยให้คำแนะนำ และคอยช่วยเหลือเด็กๆระหว่างการทำกิจกรรม

 

กิจกรรมที่ 2 : กิจกรรมจรวดน้อยหรรษา

1.ครูได้สนทนาอธิบายวิธีการทำกิจกรรม แนะนำวัสดุอุปกรณ์

2.ครูแจกอุปกรณ์ให้เด็กๆ ได้แค่ ใบงานรูปจรวด สีไม้/สีเทียน หลด และกาว เป็นต้น

3.ครูได้ให้เด็กๆลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ได้แก่ เด็กระบายสีรูปจรวด เสร็จแล้วให้เด็กๆตัดกระดาษตามรอย หลังจากนั้นให้ใช้หลอดติด ระหว่างการทำกิจกรรมจะมีคุณครูคอยให้คำแนะนำ และคอยช่วยเหลือเด็กๆระหว่างการทำกิจกรรม

 

กิจกรรมที่ 3 : กิจกรรมการผจญภัยของรถคันน้อย

1.ครูสนทนาแนะนำวิธีการทำกิจกรรมให้แก่เด็กๆอธิบายถึงความหมายและความสำคัญของจราจรบนท้องถนน

2.ครูได้แนะนำสื่อที่ใช้ประกอบการทำกิจกรรม ได้แก่ รถ และสัญญาณไฟจราจร

3.ครูได้สาธิตวิธีการทำกิจกรรมให้กับเด็กๆ หลังจากนั้นครูได้ให้เด็กๆลงมือทำกิจกรรมด้วยตนเอง โดยมีคุณครูคอยให้คำแนะนำ และคอยช่วยเหลือเด็กๆระหว่างการทำกิจกรรม

 

ขั้นสรุป

หลังจากที่เด็กๆได้ทำกิจกรรมเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณครูได้สนทนากับเด็กๆถึงกิจกรรมที่ทำ เช่น เด็กๆได้ทำกิจกรรมนี้แล้วเด็กๆรู้สึกอย่างไรบ้างคะ , ในบัตรรูปภาพมีภาพอะไรบ้าง หรืออื่นๆ เป็นต้น

 

3 )สื่อ/วัสดุอุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้

  1. รถจากลังกระดาษ
  2. ใบงานรูปจรวด
  3. หลอด
  4. กาว กรรไกร สีไม้/สีเทียน
  5.  บัตรภาพรูปคมนาคม เช่น รูปรถ เรือ เครื่องบิน และอื่นๆ เป็นต้น
 4) การประเมินผล

1.เด็กได้รู้จักและเข้าใจเรื่องการเดินทางและการคมนาคม

2.เด็กได้ฝึกทักษะทางสังคมและการสื่อสาร เช่น การสังเกต พูดคุย

3.เด็กได้พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ ผ่านการทำกิจกรรม

4.เด็กได้ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ จากการทำกิจกรรม


5) ภาคผนวก


                                 สื่อประกอบศูนย์บทบาทสมมติ ที่มา : TikTok


                                  สื่อประกอบศูนย์เกมการศึกษา ที่มา : TikTok


                                   สื่อประกอบศูนย์การประดิษฐ์ ที่มา : TikTok

  

ตัวอย่างแผนการจัดประสบการณ์ ช่วงกิจกรรมเสรีตามมุม หน่วยคมนาคม โรงเรียนบ้านโคกมะเมียน(ธรรมสุชาติอุทิศ)

 







เพลง

ป้ายนิเทศ

สื่อประกอบการเรียนการสอน

6.ออกแบบการประเมินการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบศูนย์การเรียน หน่วย คมนาคม โดยใช้แบบสังเกตการจัดฯ แบบมาตรประเมินค่าและแบบตรวจสอบรายการ (สำหรับครูพี่เลี้ยง หรือครูฝึกสอน เป็นผู้ประเมินการจัด)


ผลการใช้สื่อประกอบคู่มือฯ และการประเมิน

วิธีการใช้สื่อ

กิจกรรมที่ 1 กิจกรรมภาพไหนตรงกันนะ?

วัตถุประสงค์

  • เพื่อให้เด็กได้ฝึกพัฒนาการกล้ามเนื้อมือ
  • เพื่อให้เด็กได้รู้จักยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทางและการคมนาคม
  • เพื่อส่งเสริมทักษะทางสังคมและการสื่อสาร เช่น การสังเกต พูดคุย 

สื่อ/วัสดุอุปกรณ์

·      บัตรภาพรูปคมนาคม เช่น รูปรถ เรือ เครื่องบิน และอื่นๆ เป็นต้น

ขั้นตอนการทำกิจกรรม

1.ครูให้เด็กๆแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน หลังจากนั้นครูแจกการ์ดภาพให้เด็กๆทุกกลุ่ม กลุ่มละเท่าๆกัน

2.ให้เด็กเริ่มจับคู่ภาพที่เหมือนกันเด็ก ๆ โดยหยิบภาพแล้วหาคู่ที่เหมือนกัน วางเรียงให้ตรงกัน

3.ครูได้ให้เด็กๆลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง โดยมีคุณครูคอยให้คำแนะนำ และคอยช่วยเหลือเด็กๆระหว่างการทำกิจกรรม

การประเมิน

  • เด็กได้รู้จักยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทางและการคมนาคม
  • เด็กได้ฝึกทักษะทางสังคมและการสื่อสาร เช่น การสังเกต พูดคุย
  • เด็กได้พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก ผ่านการทำกิจกรรม
  • เด็กได้ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ การสังเกต จากการทำกิจกรรม 

ผลการใช้สื่อ

กิจกรรมภาพไหนตรงกันนะ?  สื่อที่ใช้ประกอบการทำกิจกรรมคือ บัตรภาพรูปคมนาคม สื่อมีสีสันน่าสนใจ ขนาดของสื่อมีความเหมาะสม สามารถดึงดูดความสนใจของเด็กได้ เด็กมีการตอบสนองต่อกิจกรรมอย่างกระตือรือร้น มีความสนใจ สนุกสนาน ร่าเริงสดใส ลักษณะการเรียนรู้ของเด็ก เด็กจะเรียนรู้ผ่านการลงมือทำด้วยตนเอง กิจกรรมนี้มีระดับความยากที่เหมาะสมกับช่วงวัย เด็กสามารถจับคู่รูปภาพได้ถูกต้อง เด็กมีความเข้าใจในการใช้สื่อ สามารถทำกิจกรรมได้ตามขั้นตอน เช่น เด็กรู้ว่ารถใช้บนถนน เครื่องบินใช้บนอากาศ เรือใช้ในน้ำ เป็นต้น

ปัญหาและอุปสรรค

-        ไม่พบปัญหาและอุปสรรคในการทำกิจกรรมในครั้งนี้ การทำกิจกรรมสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

แนวทางในการพัฒนา

-        พัฒนาโดยการประยุกต์กับการเล่าเรื่องราว หลังการจับคู่บัตรภาพเสร็จให้เด็กนำภาพมาเล่าเรื่องราว เช่น เด็กหยิบภาพรถยนต์ แล้วเล่าเรื่องราว ได้แก่ รถยนต์สีแดง มี 4 ล้อ หนูเคยนั่งรถยนต์ไปเที่ยวกับครอบครัว เป็นต้น

 

กิจกรรมที่ 2 กิจกรรมจรวดน้อยหรรษา

วัตถุประสงค์

  • เพื่อให้เด็กได้ฝึกพัฒนาการกล้ามเนื้อมือ การระบายสี การตัดกระดาษ
  • เพื่อให้เด็กได้รู้จักยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทางและการคมนาคม
  • เพื่อส่งเสริมทักษะทางสังคมและการสื่อสาร เช่น การสังเกต พูดคุย

สื่อ/วัสดุอุปกรณ์

1.ใบงานรูปจรวด

2.หลอด

3.กาว กรรไกร สีไม้/สีเทียน

ขั้นตอนการทำกิจกรรม

1.ครูได้สนทนาอธิบายวิธีการทำกิจกรรม แนะนำวัสดุอุปกรณ์

2.ครูแจกอุปกรณ์ให้เด็กๆ ได้แค่ ใบงานรูปจรวด สีไม้/สีเทียน หลด และกาว เป็นต้น

3.ครูได้ให้เด็กๆลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ได้แก่ เด็กระบายสีรูปจรวด เสร็จแล้วให้เด็กๆตัดกระดาษตามรอย หลังจากนั้นให้ใช้หลอดติด ระหว่างการทำกิจกรรมจะมีคุณครูคอยให้คำแนะนำ และคอยช่วยเหลือเด็กๆระหว่างการทำกิจกรรม

การประเมิน

  • เด็กได้รู้จักยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทางและการคมนาคม
  • เด็กได้ฝึกทักษะทางสังคมและการสื่อสาร เช่น การสังเกต พูดคุย
  • เด็กได้พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก ผ่านการทำกิจกรรม
  • เด็กได้ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ การสังเกต จากการทำกิจกรรม 

ผลการใช้สื่อ

กิจกรรมจรวดน้อยหรรษา สื่อที่ใช้ประกอบการทำกิจกรรมคือ ใบงานรูปจรวด สื่อมีความน่าสนใจ ขนาดของสื่อมีความเหมาะสม สามารถดึงดูดความสนใจของเด็กได้ เด็กระบายสีใบงานอย่างสร้างสรรค์ตามจินตนาการของตนเอง เด็กมีการตอบสนองต่อกิจกรรมอย่างกระตือรือร้น มีความสนใจ สนุกสนานในการเป่าจรวด ร่าเริงสดใส ลักษณะการเรียนรู้ของเด็ก เด็กจะเรียนรู้ผ่านการลงมือทำด้วยตนเอง กิจกรรมนี้มีระดับความยากที่เหมาะสมกับช่วงวัย เด็กสามารถระบายสีใบงานได้อย่างสร้างสรรค์ สวยงาม เด็กมีความเข้าใจในการใช้สื่อ สามารถทำกิจกรรมได้ตามขั้นตอน  

ปัญหาและอุปสรรค

-        ไม่พบปัญหาและอุปสรรคในการทำกิจกรรมในครั้งนี้ การทำกิจกรรมสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

แนวทางในการพัฒนา

-        พัฒนาโดยการกระตุ้นให้เด็กได้ฝีกทักษะการสังเกตและเล่าอธิบายเกี่ยวกับกิจกรรมที่ได้ทำ เช่น เด็กๆเป่าจรวดพุ่งได้ไกลแค่ไหน จรวดของเด็กๆพุ่งสูงไหม เป็นต้น

 

กิจกรรมที่ 3 กิจกรรมการผจญภัยของรถคันน้อย

วัตถุประสงค์

1.เพื่อให้เด็กได้รู้จักและเข้าใจเรื่องการเดินทางและการคมนาคม เช่น ยานพาหนะต่างๆ วิธีการเดินทาง และความสำคัญของการคมนาคมในชีวิตประจำวัน

2.เพื่อส่งเสริมทักษะทางสังคมและการสื่อสาร เช่น การสังเกต พูดคุย เล่าเรื่องเกี่ยวกับการเดินทาง

3.เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ ผ่านกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเล่นที่เลียนแบบการขับรถ

4.เพื่อสร้างความตระหนักในเรื่องความปลอดภัยในการเดินทาง เช่น การรู้จักสัญลักษณ์จราจร การข้ามถนนอย่างปลอดภัย 

สื่อ/วัสดุอุปกรณ์

·      รถจากลังกระดาษ

ขั้นตอนการทำกิจกรรม

1.ครูสนทนาแนะนำวิธีการทำกิจกรรมให้แก่เด็กๆ อธิบายถึงความหมายและความสำคัญของจราจรบนท้องถนน

2.ครูได้แนะนำสื่อที่ใช้ประกอบการทำกิจกรรม ได้แก่ รถ และสัญญาณไฟจราจร

3.ครูได้สาธิตวิธีการทำกิจกรรมให้กับเด็กๆ หลังจากนั้นครูได้ให้เด็กๆลงมือทำกิจกรรมด้วยตนเอง โดยมีคุณครูคอยให้คำแนะนำ และคอยช่วยเหลือเด็กๆระหว่างการทำกิจกรรม

การประเมิน

1.เด็กได้รู้จักและเข้าใจเรื่องการเดินทางและการคมนาคม เช่น ยานพาหนะต่างๆ วิธีการเดินทาง และความสำคัญของการคมนาคมในชีวิตประจำวัน

2.เด็กได้ฝึกทักษะทางสังคมและการสื่อสาร เช่น การสังเกต พูดคุย เล่าเรื่องเกี่ยวกับการเดินทาง

3.เด็กได้เรียนรู้ในเรื่องความปลอดภัยในการเดินทาง เช่น การรู้จักสัญลักษณ์จราจร การข้ามถนนอย่างปลอดภัย

ผลการใช้สื่อ

กิจกรรมการผจญภัยของรถคันน้อย  สื่อที่ใช้ประกอบการทำกิจกรรมคือ รถจากลังกระดาษ และไฟจราจร สื่อมีสีสันน่าสนใจ ขนาดของสื่อมีความเหมาะสม สื่อส่งเสริมให้เด็กได้เข้าใจในกฎจราจรบนท้องถนน เข้าใจความหมายของไฟจราจรแต่ละสี และสื่อสามารถดึงดูดความสนใจของเด็กได้ เด็กมีการตอบสนองต่อกิจกรรมอย่างกระตือรือร้น มีความสนใจ สนุกสนาน ร่าเริงสดใส ลักษณะการเรียนรู้ของเด็ก เด็กจะเรียนรู้ผ่านการลงมือทำด้วยตนเอง กิจกรรมนี้มีระดับความยากที่เหมาะสมกับช่วงวัย เด็กสามารถเข้าใจความหมายของไฟจราจรในแต่ละสีได้ถูกต้อง เด็กมีความเข้าใจในการใช้สื่อ สามารถทำกิจกรรมได้ตามขั้นตอน เช่น เด็กรู้ว่าไฟแดงคือต้องหยุดรถ เมื่อไฟเขียวถึงจะสามารถไปได้ เป็นต้น

ปัญหาและอุปสรรค

-        ไม่พบปัญหาและอุปสรรคในการทำกิจกรรมในครั้งนี้ การทำกิจกรรมสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

    แนวทางในการพัฒนา

-     พัฒนาโดยการส่งเสริมการเล่าเรื่องราวการผจญภัยของรถคันน้อยได้ตามจินตนาการของเด็กๆ เช่น ระหว่างการเดินทาง 

    เด็กๆได้พบเห็นอะไรบ้าง หรือระหว่าการเดินทางเด็กๆเจอไฟแดงแล้วเด็กๆปฏิบัติอย่างไร เป็นต้น

 

ภาพการทำกิจกรรมและการมอบสื่อ

 

 

ผลการประเมิน

 

 

 

อ้างอิง

หลักสูตรสถานศึกษาระดับชั้นปฐมวัย ปี 2560 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนบ้านโคกมะเมียน (ธรรมสุชาติ

อุทิศ) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

    แผนการจัดประสบการณ์ระดับปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2/2 โรงเรียนบ้านโคกมะเมียน(ธรรมสุชาติอุทิศ) สัปดาห์ที่ 18 คมนาคม สาระการเรียนรู้ : สิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก

 

 




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ โรงเรียนหนองโตง “สุรวิทยาคม”

๑ . หลักการและแนวคิดสำคัญในการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย การจัดสภาพแวดล้อมในสถานศึกษา มีความสำคัญต่อเด็กเนื่องจากธ...